thansettakij
thansettakij
เปิดสูตรค่าไฟ Data Center หนุนเก็บแพงขึ้น-ห้ามใช้อุดหนุนค่าไฟประชาชน

เปิดสูตรค่าไฟ Data Center หนุนเก็บแพงขึ้น-ห้ามใช้อุดหนุนค่าไฟประชาชน

30 มิ.ย. 69 | 09:26 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 09:39 น.

ค่าไฟ Data Center ต้องไม่ถูกเกินจริง ผู้เชี่ยวชาญชี้ไทยควรคิดราคาตามต้นทุน รักษาความเชื่อมั่นนักลงทุน เสนอแยกอัตราค่าไฟเฉพาะกิจการ แต่ห้ามนำไปอุดหนุนค่าไฟประชาชน

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนให้คิดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์สูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจากการใช้ทรัพยากรและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น
  • เงินค่าไฟส่วนเพิ่มที่เก็บจากดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ควรนำไปใช้ในลักษณะอุดหนุนข้ามกลุ่ม (Cross Subsidy) เพื่อลดค่าไฟให้กับประชาชน เพราะเป็นหลักการที่ไม่ถูกต้องและอาจทำให้นักลงทุนไม่ยอมรับ
  • ภาครัฐเตรียมออกมาตรการกำกับดูแล เช่น การวางเงินมัดจำเพื่อจองใช้ไฟฟ้า และการออกใบอนุญาต เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ

ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) หนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุดจากนักลงทุนต่างประเทศ โดยไตรมาสแรกปี 69 (ม.ค.-มี.ค.) มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 7 โครงการมูลค่าลงทุนรวมกว่า 872,494 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนในการเรียกเก็บค่าไฟจาก Data Center ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรทั้งน้ำในปริมาณมากเพื่อผลิตไฟฟ้า แม้ว่าก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะออกมาระบุว่า Data Center จะต้องจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าอุตสาหกรรมประเภทอื่น และมีแนวคิดจะนำค่าไฟส่วนดังกล่าวมาลดภาระค่าครงชีพให้กับประชาชน

คำถามคำโตก็คือแนวทางดังกล่าวมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ และควรจะเรียกเก็บค่าไฟจาก Data Center ในอัตราเท่าไหร่

เปิดสูตรค่าไฟ Data Center ผู้เชี่ยวชาญหนุนเก็บแพงขึ้น-ห้ามใช้อุดหนุนค่าไฟประชาชน

 

จากประเด็นดังกล่าว “ฐานเศรษฐกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์แหล่งข่าวที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับค่าไฟ ซึ่งมีมุมมองความคิดเห็นที่น่าสนใจ ว่า

อัตราการเก็บค่าไฟ Data Center ควรจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยที่ต่างประเทศจะมีการแยกประเภทอย่างชัดเจน ค่าไฟสำหรับดำเนินธุรกิจ กับค่าไฟเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งรัฐธรรมนูญของไทยก็มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นค่าไฟที่ใช้เพื่อการดำรงชีวิต

 

 

สำหรับ Data Center นั้น จะต้องมาดูเรื่องความเหมาะสม เพราะแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน โดยในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่า หากใช้คำว่าอัตราค่าไฟเพื่อทางการค้า (Commercial) สามารถทำได้ แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือจะต้องสะท้อนต้นทุน และต้องอธิบายให้ผู้ลงทุนเข้าใจได้ว่า เหตุใดถึงคิดราคาอัตราเท่านี้ 

ยกตัวอย่างเช่นค่าไฟภาคอุตสาหกรรมในปัจจุยัน ก็เพียงแค่อธิบายสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ประกอบการก็แค่ต้องการคำอธิบายเท่านั้น

นอกจากนี้ อีหนึ่งประเด็นที่สำคัญก็คือ จะต้องไม่ใช่รูปแบบของการอุดหนุนข้ามกลุ่ม (Cross Subsidy) หรือการเก็บเงินจากกลุ่มหนึ่งไปข่วยอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในอดีตไทยเองก็เคยมีข้อพิพาทในกรณีรูปแบบดังกล่าวนี้ 

เปิดสูตรค่าไฟ Data Center ผู้เชี่ยวชาญหนุนเก็บแพงขึ้น-ห้ามใช้อุดหนุนค่าไฟประชาชน

สำหรับการแยกประเภทของ Data Center ให้เป็นประเภทที่ 9 ตามแนวคิดของ รมว.พลังงานนั้น ถือว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะ Data Center ก็คือผู้ใช้ไฟอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งเท่านั้น โดยใมนกรณีที่ทรัพยกรในไทยมีพอก็สามารถคิดค่าไฟราคาเดียวกับอุตสาหกรรมประเภทอื่นได้

แต่เนื่องจากว่าทรัพยากรของไทยไม่มี ต้องมีการนำเข้า LNG เพิ่มเพื่อมาผลิตไฟฟ้า การจะคิดค่าไฟ Data Center อีกราคาหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เข้ามาที่หลัง และเข้ามาทีเดียวเป็นจำนวนมาก ไม่เหมือนกับโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่ทยอยกันมา 

การแยกประเภท Data Center ออกไปสามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องชี้แจงให้ได้ว่าค่าไฟดังกล่าวสะท้อนต้นทุนยังไง และต้องไม่น่าเกลียดจนเกินไป ส่วนที่รัฐบาลพูดว่าจะเก็บค่าไฟ Data Center เพื่อไปชดเชยให้อีกกลุ่มควรที่จะเป็นรายละเอียดหลังบ้านมากกว่าที่จะพูดออกสื่อ ซึ่งผู้ลงทุนอาจจะไม่ยอมรับ

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปอีกว่า เรื่องการคิดค่าไฟ Data Center ไม่ใช่ประเด็นที่น่าเป็นห่วง เพราะสามารถออกแบบให้เกิดความเหมาะสมได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องความมั่นคงมากกว่า โดย Data Center จะต้องไม่ให้มีมากจนเกินไป เพราะต้องเข้าใจด้วยว่าระบบเครือข่ายของไมยจะมีบางจุดที่รับได้ และบางจุดที่รับไม่ได้ ซึ่งจะต้องเลือกระบบไฟฟ้าให้ดีเป็นหลัก

โดย Data Center ควรที่จะต้องไปอยู่ตรงระบบที่ไม่สร้างควมกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของระบบ เช่น หากให้ Data Center มาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็คงไม่ได้ เพราะปกติไฟฟ้าก็ไม่พอใช้จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และพระนครใต้ซึ่งอยู่กลางเมือง เพราะหากไม่มีโรงไฟฟ้าดังกล่าวเหล่านี้ ไฟฟ้าก็จะมาไม่ถึงกรุงเทพฯ ต้องออกแบบให้อยู่ในพื้นที่ซึ่งระบบสามารถรองรับได้ด้วย

หลังจากนี้ ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะเป็นผู้กำหนดพื้นที่ การใช้น้ำ หรือทรัพยากรอื่นที่ไฟฟ้ามีเสถียรภาพ มีระบบที่ดีรองรับให้กับ Data Center และดูเรื่องของผลประโยชน์ที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายทอด หรือโอนย้ายองค์ความรู้ (transfer) ให้กับไทย

การคิดค่าไฟ Data Center สูงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนมากในไทย ทำให้ไทยต้องลงทุนเพิ่มขึ้นในการผลิตไฟฟ้า แต่จะต้องคิดในราคาที่สมเหตุสมผลสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นการแสวงหากำไรมากเพื่อมาชดเชยให้อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ถูกหลัก และอาจจะอธิบายให้นักลงทุนเข้าใจได้ยาก โดยมองไทยสามารถดึงดูดนักลงทุน หรือขายได้ด้วยตัวเอง เพราะมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง แค่จัดพื้นที่ให้ Data Center อยู่ในบริเวณที่มีความมั่นคง 

กกพ.เข้มคุม Data Center 

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ออกมาระบุว่า จากการสัมนาเกี่ยวกับ Data Center ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นสอดคล้องกันว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมดาต้า เซ็นเตอร์ Data Center เป็นกิจการที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงมาก กกพ.จำเป็นต้องเข้ากำกับทั้งระบบผลิต ระบบส่ง และระบบจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ และอาจเกิดปัญหาการแย่งใช้ไฟฟ้ากับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม

เปิดสูตรค่าไฟ Data Center ผู้เชี่ยวชาญหนุนเก็บแพงขึ้น-ห้ามใช้อุดหนุนค่าไฟประชาชน

 

คณะกรรมการ กกพ. มีความเห็นว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ควบคุมไม่ได้ ต่อความมั่นคงของ ระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องใช้มาตรการการออกใบอนุญาตมากำกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกิจการ Data Center โดยจะนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและด้านระบบไฟฟ้า เพื่อใช้ประกอบการจัดลำดับการออกใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าให้ตามความสำคัญของแต่ละโครงการ ตามประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

เก็บค่ามัดจำจองไฟ Data Center

ขณะที่ล่าสัดนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center สูงเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นเม็ดเงินลงทุนมหาศาล รัฐบาลมีแนวทางบริหารจัดการ ประกอบด้วย

เงินมัดจำการจองไฟ ป้องกันการจองแบบปากเปล่า โดยให้วางเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อนำเงินมาพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า และลดภาระค่าไฟให้ประชาชน ดังนั้น Data Center ที่จะเข้ามาต้องสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจไทยจริง ไม่ใช่แค่มาแย่งใช้ทรัพยากร

รัฐบาลจะคุมเข้ม Data Center ป้องภาระค่าไฟประชาชน จากการที่มีการขอใช้ไฟฟ้าสำหรับ Data Center สูงถึงเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ กระทรวงฯจึงเตรียมออกมาตรการป้องกันการจองล่วงหน้าเกินจริง (Over Forecast) โดยจะกำหนดให้ผู้ที่จะจองไฟฟ้าต้องวางเงินมัดจำ เช่น เมื่อจอง 100 เมกะวัตต์ อาจต้องมัดจำล่วงหน้า 1 ปี หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท

ขณะที่อัตราค่าค่าบริการไฟฟ้าสีเชียว หรือUGT 2  (Utility Green Tariff ระยะที่ 2) จะกำหนดราคาที่เหมาะสมตามต้นทุนจริง โดยเฉพาะต้นทุน LNG นำเข้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อภาคประชาชน

กระทรวงฯกำลังจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ที่จะใช้ยาวไปถึงปี 2050 โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่ต่ำกว่า 60% 

รวมถึงปรับโครงสร้างราคาไฟฟ้าให้เป็นธรรม โดยการแยกค่าไฟทางสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชนให้ชัดเจนเพื่อให้รัฐบาลรับผิดชอบโดยตรง

มูลค่าลงทุน Data Center-Data Hosting 

สำหรับการลงทุน Data Center และ Data Hosting จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมามีจำนวนโครงการ และมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุน ประกอบด้วย

  • ปี 2564 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 2 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 5,525 ล้านบาท 
  • ปี 2565 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 5 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 39,773 ล้านบาท
  • ปี 2566 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 2 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 5,983 ล้านบาท
  • ปี 2567 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 10 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 107,843 ล้านบาท 
  • ปี 2568 มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 37 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 736,558 ล้านบาท 
  • ปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 7 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 872,494 ล้านบาท