
หุ้นไทยดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดตลาด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ยโลก
หุ้นไทยปิดร่วง 20.55 จุด รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อโลก-ความเสี่ยงเฟดกลับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ DELTA ฉุดดัชนีกว่า 12 จุด จับตากระทรวงการคลังหารือ ตลท.-ก.ล.ต.-FETCO วันที่ 11 มิ.ย.
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดร่วงลงกว่า 20 จุด จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
- หุ้น DELTA เป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาด โดยส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงถึงประมาณ 12 จุด
- นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยโลก
ตลาดหุ้นไทยปิดร่วง 20.55 จุด หรือ 1.30% ตามแรงกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อโลกและแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ขณะที่หุ้น DELTA เพียงตัวเดียวกดดัชนีราว 12 จุด ด้านกระทรวงการคลังเตรียมหารือร่วม ตลท.-ก.ล.ต.-FETCO ในวันที่ 11 มิ.ย. เพื่อเร่งพิจารณามาตรการ TISA หวังเพิ่มทางเลือกลงทุนและดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย
หุ้นไทยร่วง 20 จุด DELTA ฉุดดัชนี จับตาเงินเฟ้อสหรัฐคืนนี้
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ปิดการซื้อขายที่ 1,563.59 จุด ลดลง 20.55 จุด หรือ 1.30% มูลค่าการซื้อขาย 52,789 ล้านบาท โดยดัชนีปิดที่ระดับต่ำสุดของวัน ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่อาจยุติวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเร็วกว่าคาด
DELTA กดดัชนี 12 จุด ต่างชาติขายต่อเนื่อง
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจาก Sentiment เชิงลบของตลาดโลก หลังนักลงทุนเริ่มประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง หรือมีโอกาสกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีก หากเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวจากผลกระทบด้านพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่กดดัชนีตลาดหุ้นไทยเพียงตัวเดียวราว 12 จุด ส่งผลให้ภาพรวมตลาดอ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ
สำหรับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
- DELTA มูลค่าการซื้อขาย 7,729.06 ล้านบาท ปิดที่ 352.00 บาท ลดลง 12.00 บาท GULF มูลค่าการซื้อขาย 3,025.07 ล้านบาท ปิดที่ 63.00 บาท ลดลง 0.75 บาท
- KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,359.62 ล้านบาท ปิดที่ 34.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
- SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,307.17 ล้านบาท ปิดที่ 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
- ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,252.54 ล้านบาท ปิดที่ 354.00 บาท ลดลง 5.00 บาท
จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ตัวแปรสำคัญทิศทางตลาด
นายชัยพรกล่าวว่า นักลงทุนยังคงรอติดตามการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในคืนวันนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยที่สูงนานขึ้น แต่หากออกมาต่ำกว่าคาด อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นได้ โดยประเมินแนวรับตลาดหุ้นไทยที่ 1,550 จุด และแนวต้านที่ 1,580 จุด
ตลท. ชี้ SET ยังโดดเด่นในภูมิภาค ผลประกอบการโตแข็งแกร่ง
แม้ตลาดจะเผชิญแรงขายระยะสั้น แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ดัชนี SET ปิดที่ 1,568.37 จุด เพิ่มขึ้น 24.5% จากสิ้นปี 2568 และสูงสุดในรอบ 2 ปี 9 เดือน
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลท. กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นของภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง
ในไตรมาส 1/2569 บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้นักวิเคราะห์ทยอยปรับเพิ่มประมาณการกำไรในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์
คลังนัดถกตลาดทุน 11 มิ.ย. ลุ้นข้อสรุป TISA
อีกประเด็นที่นักลงทุนจับตาคือ การหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่านกลไกภาษี โดยคาดว่า ประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือคือมาตรการ Thailand Individual Savings Account (TISA) ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยู่ระหว่างผลักดันต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน







