
"สส.นนท์"ยื่นกมธ. เรียกเทศบาลบางบัวทอง ผู้ว่าฯ สอบซ่อมถนน 40 ล้าน ส่อขัด TOR
สส.นนทบุรีชี้โครงการปรับปรุงถนนซอยดวงทอง บางบัวทอง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก พบข้อพิรุธหลายประเด็น เตรียมยื่นเรื่องต่อกมธ.ท้องถิ่น เรียกเทศบาลนครบางบัวทอง, ผู้ว่าฯ และ สตง. เข้าชี้แจง
KEY
POINTS
- สส.นนทบุรีชี้โครงการปรับปรุงถนนซอยดวงทอง บางบัวทอง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก หลังผู้รับเหมาขุดถนน 2 เลนพร้อมกันจนสัญจรไม่ได้ และเป็นเหตุให้รถพยาบาลเข้ารับผู้ป่วยวิกฤตล่าช้า
- พบข้อพิรุธหลายประเด็น เช่น การก่อสร้างผิดจาก TOR, วัตถุประสงค์โครงการไม่สอดคล้องกับงานที่ทำจริงซึ่งอ้างว่าแก้ปัญหาน้ำท่วม, และข้อสงสัยเรื่องการจ้างช่วงรวมถึงการนำวัสดุเก่ามาใช้ซ้ำ
- เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเรียกเทศบาลนครบางบัวทอง, ผู้ว่าราชการจังหวัด และ สตง. เข้าชี้แจง หากพบการทุจริตจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป
กรณีโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนน ค.ส.ล. ถนนซอยดวงทอง พื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี งบประมาณเกือบ 40 ล้านบาท กลายเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน เนื่องจากผู้รับเหมาได้ขุดเจาะเปิดหน้าถนนพร้อมกันทั้ง 2 เลน ทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งที่เป็นซอยแคบมีเพียง 2 เลน เท่านั้น
นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส. นนทบุรี เขต 8 ออกมาเปิดเผยข้อมูลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ และพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ พบความผิดปกติและผลกระทบอย่างรุนแรงจากโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลนครบางบัวทอง ซึ่งนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนในการสัญจรแล้ว ยังส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมทางสาธารณสุขเนื่องจากรถพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ จนมีรายงานผู้ป่วยวิกฤตเสียชีวิต
เสียงสะท้อนความทุกข์จากประชาชน รถพยาบาลเข้าไม่ถึง
นายนนท์ เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างถนนเส้นนี้ไม่ต่ำกว่า 20 กรณี รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าในบริเวณดังกล่าว จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่าการดำเนินงานของผู้รับเหมาสร้างความลำบากอย่างแสนสาหัส เนื่องจากมีการขุดถนนพร้อมกันทั้งสองฝั่งจนเส้นทางถูกตัดขาด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักเกณฑ์และแผนงานที่ระบุไว้ใน TOR
จากการตรวจสอบเบื้องต้น สส.นนทบุรี เขต 8 ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้อาจมีการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส โดยระบุว่าตามแผนงานปกติจะต้องมีการแบ่งทำถนนทีละข้างเพื่อไม่ให้กระทบการสัญจร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการขุดพร้อมกันทั้งหมดเป็นระยะทาง 200-400 เมตร ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นการกระทำเพื่อ ประหยัดงบประมาณและเวลาของผู้รับเหมาโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดคือกรณีผู้ป่วยวิกฤตที่รถพยาบาลไม่สามารถเข้ารับตัวได้ทันท่วงที นายนนท์ระบุว่าได้รับการยืนยันว่ามีผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาเร่งด่วน แต่รถพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงบ้านพักได้เนื่องจากการสัญจรในซอยดวงทองที่บางช่วงถูกตัดขาด และบางช่วงเหลือถนนเพียงเลนเดียว จึงเป็นสาเหตุให้เข้ารับผู้ป่วยได้ล่าช้า และตนเพิ่งได้ทราบว่าผู้ป่วยท่านนั้นเสียชีวิตแล้ว ซึ่งต้องมีการพิสูจน์กันต่อไปว่าเป็นความผิดพลาดของหน่วยงานเจ้าของโครงการหรือไม่
โครงการไม่ตรงวัตถุประสงค์ พบพิรุธเพียบ
ประเด็นสำคัญที่นายนนท์เน้นย้ำคือ "วัตถุประสงค์ของโครงการ" โดยระบุว่าเดิมทีโครงการนี้อ้างว่าจัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในซอยดวงทอง แต่จากการตรวจสอบหน้างานกลับพบว่าช่วงตั้งแต่ซอยดวงทองไปจนถึงสามแยก ซีเจ มอร์ ไม่มีการเดินท่อระบายน้ำใหม่ตามที่ควรจะเป็น มีเพียงการทำถนนใหม่และรื้อฝาท่อเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าไม่น่าจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์การบรรเทาทุกข์เรื่องน้ำท่วมตามที่ระบุไว้ในงบประมาณ
นอกจากนี้ นายนนท์ ยังได้รับข้อมูลจากชาวบ้านและแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า อาจมีการ "จ้างช่วง" หรือการเปลี่ยนชุดผู้รับเหมาเกิดขึ้น โดยหลังจากชนะประมูลพบว่าในช่วง 4 เดือนแรกไม่มีการดำเนินงานใดๆ จนกระทั่งใกล้ครบกำหนดสัญญา จึงมีการเร่งงานแบบรวบรัดด้วยการทุบถนนทิ้งทั้งหมดเพื่อให้ทันตามงวดงาน อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเรื่องวัสดุอุปกรณ์ เช่น ฝาท่อระบายน้ำ ที่ใน TOR ระบุว่าต้องมีการหล่อใหม่ แต่กลับมีข้อมูลว่ามีการนำท่อเดิมมาใช้ซ้ำ
เทศบาลเมินปัญหา-ผู้ว่าฯ เลี่ยงพบประชาชน
ในส่วนของการประสานงาน นายนนท์ระบุว่าทีมงานของตนพยายามเข้าพบ ผอ.กองช่าง เทศบาลนครบางบัวทอง เพื่อขอคำชี้แจง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเมื่อชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีขณะลงพื้นที่ในเคสอื่น ท่านกลับรีบเดินทางออกจากพื้นที่ไปโดยไม่ได้มารับฟังปัญหาของประชาชนที่มารอพบแต่อย่างใด
เดินหน้ายื่นกรรมาธิการฯ-สตง.-ปปช.
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการต่อไปในฐานะสส.ในพื้นที่ นายนนท์ ยืนยันว่าจะเกาะติดเรื่องนี้จนถึงที่สุด โดยได้ประสานไปยังคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติเรียกเทศบาลนครบางบัวทอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาชี้แจงความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
หากพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง จะมีการยื่นเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
"ตนในฐานะผู้แทนราษฎรจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ แม้อำนาจของท้องถิ่นจะเป็นอิสระ แต่หากการทำงานส่งผลกระทบถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ความโปร่งใสต้องถูกตรวจสอบได้ และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ" นายนนท์ กล่าวทิ้งท้าย






