
บัตรคนจน 2569 เข้มสุด ลูกใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี หมดสิทธิรับสวัสดิการ
คลังปรับเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 คัดกรองเข้ม สกัดจนไม่จริง เชื่อมข้อมูลภาษี ตัดสิทธิผู้ถูกใช้ลดหย่อนครอบครัว เริ่มลงทะเบียน 4 มิ.ย.นี้
KEY
POINTS
- เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เข้มงวดขึ้น โดยจะตัดสิทธิพ่อแม่ที่ถูกบุตรนำไปใช้ลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดู
- การคัดกรองจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาษีของทั้งครอบครัว ซึ่งรวมถึงบุตรและคู่สมรสที่ถูกนำไปหักลดหย่อนภาษีก็จะหมดสิทธิเช่นกัน
- มีเงื่อนไขด้านรายได้และทรัพย์สินส่วนบุคคลต้องไม่เกิน 100,000 บาท และต้องไม่มีบัตรเครดิต
- ผู้ถือบัตรปัจจุบัน 13.18 ล้านราย ต้องยืนยันสิทธิใหม่ทั้งหมดตามเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นภายในวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านราย ต้องยืนยันสิทธิใหม่ทั้งหมดระหว่าง 4-21 มิถุนายนนี้ หลังรัฐบาลยกระดับเกณฑ์คัดกรองคนจนรอบใหม่ เชื่อมฐานข้อมูลภาษีทั้งครอบครัว หวังคัดผู้มีรายได้น้อยตัวจริงเข้าระบบสวัสดิการ คาดว่าส่งผลให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิมีแนวโน้มลดลงจากปัจจุบัน
เกณฑ์เข้ม ลูกใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ หมดสิทธิบัตรคนจน
การกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยพบว่าในครั้งนี้ กระทรวงการคลังมีการยกระดับเกณฑ์การคัดกรองที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลภาษี
ประเด็นที่น่าสนใจและเป็นเกณฑ์ใหม่ที่ถูกระบุไว้ในกลุ่ม “บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ” คือการตรวจสอบสถานะของผู้ลงทะเบียนผ่านสิทธิการหักลดหย่อนภาษีของผู้มีรายได้ในครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มบิดามารดา หากบิดาหรือมารดาของผู้มีเงินได้ ถูกบุตรนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้พึงประเมินสำหรับ “ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา” จะถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับสิทธิลงทะเบียนในครั้งนี้
กลุ่มบุตร บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรส หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ หากถูกนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้พึงประเมินสำหรับ “ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร” จะไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิเช่นกัน
กลุ่มคู่สมรส หากคู่สมรสของผู้มีเงินได้ ถูกนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้พึงประเมินสำหรับ “คู่สมรส” ก็จะถูกตัดสิทธิ์จากการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที
ย้ำเกณฑ์คัดกรอง รายได้-ทรัพย์สิน-หนี้สิน ต้องไม่เกินแสน
นอกจากประเด็นทางภาษีแล้ว ที่ผู้ลงทะเบียนต้องผ่านการตรวจสอบ ได้แก่
- รายได้และทรัพย์สิน: ต้องมีรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และทรัพย์สินทางการเงิน (เงินฝากธนาคาร/สลากออมทรัพย์) รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- ภาระหนี้สิน: ต้องไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล
- บัตรเครดิต: ผู้ลงทะเบียนต้อง “ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต”
- อสังหาริมทรัพย์: มีข้อกำหนดชัดเจน เช่น ห้องชุดต้องไม่เกิน 35 ตร.ม. หรือที่ดินเปล่า/บ้านเดี่ยวต้องไม่เกินที่กำหนด (เกษตรกรไม่เกิน 10 ไร่, ไม่ใช่เกษตรกรไม่เกิน 1 ไร่)
- การถือครองรถยนต์: ห้ามมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ (ยกเว้นรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี หรือรถรับจ้าง/รถเกษตรไม่เกิน 1 คัน)
ในการปรับปรุงเกณฑ์ใหม่รอบนี้ ยังตัดสิทธิ์กลุ่มนักเรียน นักศึกษา กรรมการบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ที่มีบัญชีเทรดหุ้นและตราสารหนี้ และคนที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกิน 12,000 บาท/ปีด้วย
ขั้นตอนการดำเนินการลงทะเบียน
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ต้องทำการลงทะเบียนยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทุกราย โดยสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
- เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง : ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ประกาศผลลงทะเบียน 17 กรกฎาคม
การประกาศผลผู้ลงทะเบียนจะมีในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง
เปิดอุทธรณ์ผลตรวจสอบคุณสมบัติ
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทาง แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 กรกฎาคม 2569
โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป







