
เช็กด่วน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569 ตัดสิทธิ 5 กลุ่ม ใครบ้างหมดสิทธิรับเงิน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569 เปิดรายชื่อ 5 กลุ่มถูกตัดสิทธิ คลังคัดเข้มคุณสมบัติเพิ่มเกณฑ์ผู้ถือหุ้น-กรรมการบริษัทหมดสิทธิรับเงิน สกัดคนจนไม่จริง 13 ล้านคนต้องรู้
KEY
POINTS
- ปรับเกณฑ์การพิจารณาผู้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากแบบครอบครัวเป็นแบบรายบุคคล
- เพิ่ม 5 กลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ ได้แก่ นักเรียน/นักศึกษา, กรรมการ/ผู้ถือหุ้นบริษัท, ผู้มีบัญชีหุ้น/ตราสารหนี้, ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกิน 12,000 บาทต่อปี และผู้ที่ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี
- เพิ่มเงื่อนไขการคัดกรองด้านทรัพย์สิน เช่น การถือครองรถยนต์ส่วนบุคคลหรือบิ๊กไบค์ และมีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท
- ผู้ถือบัตรเดิมต้องยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ภายในวันที่ 4 - 21 มิถุนายน 2569
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569ล่าสุด มีการปรับเงื่อนไขสำคัญในการคัดกรองผู้ที่ได้รับสิทธิ
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิ.ย.69 มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังได้เสนอเพื่อขอทบทวนหลักเกณฑ์ใหม่ในการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยการปรับเกณฑ์การพิจารณาในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาฐานข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน และสกัดกั้นผู้ที่จนไม่จริงออกจากระบบ
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ กลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วม “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2569” มีกลุ่มไหนบ้าง
จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เพื่อไขคำตอบประเด็นดังกล่าว พบว่า
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การคัดกรองในครั้งนี้ได้ยกเลิกเกณฑ์ประเมินแบบครอบครัว และหันมาใช้เกณฑ์คัดกรองแบบ รายบุคคลแทน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผู้มีฐานะดีที่แฝงตัวรับสิทธิจากการเฉลี่ยรายได้ของครอบครัว การเชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลนี้ยังเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานสู่นโยบายภาษีเงินได้แบบติดลบ(Negative Income Tax) ในอนาคต
5 กลุ่มถูกตัดสิทธิทันที
กระทรวงการคลังได้เพิ่ม 5 เกณฑ์ใหม่ ประกอบไปด้วย
- กลุ่มนักเรียน และนักศึกษา ซึ่งถือเป็นผู้ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบแรงงานอย่างเต็มตัว
- ผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ผู้ที่มีบัญชีหุ้นหรือตราสารหนี้
- ผู้ที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตด้วยตนเองเกิน 12,000 บาทต่อปี เนื่องจากสะท้อนว่ามีทรัพย์สินเพียงพอในการดำรงชีวิตแล้วจึงสามารถซื้อประกันเพื่อสะสมทรัพย์หรือลดหย่อนภาษีได้ โดยไม่นับรวมประกันไมโครอินชัวรันส์ ประกันภัยภาคบังคับ หรือกรณีที่บริษัทนายจ้างเป็นผู้จ่ายให้
- บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรส ที่ถูกบุคคลอื่นนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เช่น ผู้ที่มีบุตรนำชื่อไปหักค่าอุปการะเลี้ยงดู 30,000 บาท
นอกเหนือจากกลุ่มต้องห้ามเดิม เช่น ผู้ต้องขัง ข้าราชการ นักบวช
เกณฑ์รายได้เป็นรายบุคคล
- โดยผู้ลงทะเบียนต้องมีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้ผู้อื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
เกณฑ์ทรัพย์สินทางการเงิน
- กำหนดให้ยอดเงินฝาก และสลากออมทรัพย์รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท และยังคงเกณฑ์เดิมคือ ไม่เป็นผู้ถือบัตรเครดิต
เกณฑ์อสังหาริมทรัพย์
- เพิ่มการถือกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ โดยผู้ที่มีรถยนต์ส่วนบุคคลที่ไม่ได้ใช้เพื่อประกอบอาชีพหรือการเกษตร รวมถึงผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ที่มีเครื่องยนต์เกิน 300 ซีซี ยกเว้นรถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์รับจ้างสี่ล้อเล็ก และรถใช้งานเกษตรกรรม
เกณฑ์หนี้สิน
- กำหนดให้วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีต้องไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งกระทรวงการคลังจะดึงข้อมูลจริงย้อนหลังไป ณ เดือนพ.ค. เพื่อสกัดการตกแต่งหรือโยกย้ายบัญชีล่วงหน้า
วันลงทะเบียน
- ผู้ที่มีรายชื่อถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจำนวน 13.18 ล้านคน จะต้องเข้าไปยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองด้วยข้อมูลใหม่ ระหว่างวันที่ 4 - 21 มิ.ย.2569
ช่องทางยืนยันสิทธิ
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์โครงการ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th)
- ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย
- สาขาของสถาบันการเงินของรัฐ 5 แห่ง ธ.ก.ส., ออมสิน, กรุงไทย, ธอส., และธนาคารอิสลาม







