thansettakij
thansettakij
ครม.อนุมัติ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการรอบใหม่ ยืนยันสิทธิ์ 4 มิ.ย.

ครม.อนุมัติ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการรอบใหม่ ยืนยันสิทธิ์ 4 มิ.ย.

02 มิ.ย. 69 | 06:32 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 09:55 น.

กระทรวงการคลังปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 เปลี่ยนพิจารณารายได้-ทรัพย์สิน-หนี้เป็นรายบุคคล ผู้ถือบัตรเดิม 13.18 ล้านคน ต้องยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตัง-ทางรัฐ ตั้งแต่ 4 มิ.ย. ประกาศผล 17 ก.ค. นี้

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 โดยจะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569
  • ตั้งเป้าหมายผู้ลงทะเบียน 14.14 ล้านคน ครอบคลุมทั้งผู้มีบัตรเดิมและผู้สมัครใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เคยตกหล่น
  • กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น คือต้องมีรายได้และทรัพย์สินทางการเงินรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
  • จะมีการประกาศผลการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในเดือนกรกฎาคม 2569

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ 2 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบการดำเนินการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เสนอ 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เบื้องต้นกระทรวงการคลังได้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 14.14 ล้านคน ทั้งผู้มีบัตรเดิม และผู้ไม่มีบัตรมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ตกหล่น โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน

ส่วนระยะเวลาของการเปิดลงทะเบียน เบื้องต้นจะเปิดรับลงทะเบียน นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบจนถึงวันที่ 21 มิ.ย.2569 ก่อนจะประกาศผลในเดือนก.ค.2569 ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม: กระทรวงคลังรีเซ็ตบัตรสวัสดิการ ลั่นจนไม่จริงตัดสิทธิ์แน่นอน เริ่ม 4 มิ.ย.69

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังระบุว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลให้ทันสมัย ควบคู่กับการแก้ปัญหาข้อครหาที่ผ่านมาว่า มีผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงได้รับสิทธิ์สวัสดิการจากรัฐ โดยจะใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลภาครัฐเข้ามาช่วยคัดกรองให้แม่นยำมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการพิจารณาฐานะระดับครอบครัวมาเป็นรายบุคคล ทั้งรายได้ ทรัพย์สิน และภาระหนี้ เพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น หลังพบปัญหาผู้ไม่ได้ยากจนจริงแต่ได้รับสิทธิ์

เกณฑ์สำคัญที่เปลี่ยนไป 

1. เกณฑ์เดิมกำหนดให้รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่เกณฑ์ใหม่เปลี่ยนเป็นพิจารณารายได้ของแต่ละบุคคล โดยยังคงเพดานไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเช่นเดิม

2. ด้านทรัพย์สินทางการเงิน เดิมนับรวมทั้งครอบครัว แต่เกณฑ์ใหม่จะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่การถือครองอสังหาริมทรัพย์จะขยายการตรวจสอบไปถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มเติม

3. คุณสมบัติต้องห้าม จากเดิมมี 4 กลุ่ม ได้แก่ พระภิกษุ ผู้ต้องขัง ข้าราชการ และผู้พักในสถานสงเคราะห์ รอบใหม่เพิ่มอีก 5 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา ผู้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารนิติบุคคล ผู้มีบัญชีซื้อขายหุ้นและตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกิน 12,000 บาทต่อปี และผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะบิดามารดา

4. เพิ่มการตรวจสอบการมีบัตรเครดิตและภาระหนี้สิน โดยผู้ที่มียอดสินเชื่อรวมทุกบัญชีเกิน 100,000 บาท จะไม่ผ่านเกณฑ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เกณฑ์เดิมที่นำสมาชิกทั้งครอบครัวมารวมกัน อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน เนื่องจากบางครอบครัวมีทั้งผู้มีฐานะดีและผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ร่วมกัน ส่งผลให้การคัดกรองไม่สะท้อนความเป็นจริงของแต่ละบุคคล 

นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลแบบรายบุคคลยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาระบบ Negative Income Tax หรือระบบช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ซึ่งกระทรวงการคลังมีแผนผลักดันต่อไป

ไทม์ไลน์ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

 

  • ตั้งแต่ 4 มิถุนายน 2569  จะเริ่มให้ผู้ถือบัตรเดิม 13.18 ล้านคน ยืนยันสิทธิ์ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปเป๋าตัง แอปทางรัฐ เว็บไซต์โครงการ ตู้ ATM และสาขาธนาคารรัฐ
  • จากนั้นกระทรวงการคลังจะตรวจสอบกับฐานข้อมูลกว่า 40 หน่วยงาน ก่อนประกาศผล 17 กรกฎาคม และเปิดอุทธรณ์ถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึง 16 สิงหาคม คาดสรุปรายชื่อผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดภายในเดือนกันยายน
  • ผู้ถือบัตรปัจจุบันยังคงได้รับเงินตามปกติในเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม แต่หากไม่ผ่านเกณฑ์รอบใหม่ จะถูกระงับสิทธิ์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้รัฐบาลจะไม่เรียกคืนเงินที่ได้รับไปแล้ว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการเปิดให้ลงทะเบียนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการรายเดิม หรือกลุ่มที่ยังไม่มีบัตร คือกลุ่มตกหล่น โดยทางกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะเข้าไปช่วยสำรวจในส่วนของกลุ่มที่ยังไม่มีบัตร โดยทั้ง 2 กลุ่มจะลงทะเบียนช่วงวันที่ 4-21 มิ.ย.นี้ 

ส่วนกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมสามารถลงทะเบียนได้ผ่าน 5 ช่องทาง โดยยืนยันว่า คนที่มีอยู่แล้วยังไงก็ต้องลงทะเบียนใหม่