thansettakij
thansettakij
คลังรีเซ็ตบัตรสวัสดิการ จนไม่จริงตัดสิทธิ์แน่นอน เริ่ม 4 มิ.ย.69

คลังรีเซ็ตบัตรสวัสดิการ จนไม่จริงตัดสิทธิ์แน่นอน เริ่ม 4 มิ.ย.69

02 มิ.ย. 69 | 07:59 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 09:25 น.

ครม.ไฟเขียวเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ตัดสิทธิ์ 5 กลุ่มใหม่ ใช้ Big Data 40 หน่วยงาน ตรวจสอบข้อมูลเข้ม หวังคัดคนจนไม่จริงออกจากระบบ เริ่ม 4 มิ.ย. 69 ประกาศผล 17 ก.ค.

KEY

POINTS

  • การปรับปรุงเกณฑ์ครั้งใหญ่โดยเปลี่ยนวิธีพิจารณาคุณสมบัติจากเดิมที่ใช้ฐาน "ครอบครัว" มาเป็น "รายบุคคล" ทั้งในด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน เพื่อคัดกรองผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงออกจากระบบและทำให้ฐานข้อมูลสะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
  • เพิ่มเกณฑ์การคัดกรองที่เข้มงวดขึ้น โดยพิจารณาทรัพย์สินรายบุคคล (เงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท, ตรวจสอบการถือครองรถยนต์) เพิ่มคุณสมบัติต้องห้ามอีก 5 กลุ่ม (เช่น นักศึกษา, ผู้มีบัญชีหุ้น) และตรวจสอบการมีบัตรเครดิต รวมถึงภาระหนี้สินรวมที่ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท
  • กำหนดกระบวนการทบทวนสิทธิ์ใหม่ โดยผู้ถือบัตรเดิม 13.18 ล้านคนต้องยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 และจะมีการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานรัฐกว่า 40 แห่ง ก่อนประกาศผลรอบแรกในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และเปิดให้อุทธรณ์ได้

วันที่ 2 มิ.ย. 69 กระทรวงการคลังแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเห็นชอบการทบทวนหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหญ่ หลังฐานข้อมูลผู้ถือบัตรชุดปัจจุบันจำนวน 13.18 ล้านคน ใช้มาตั้งแต่ปี 2565 และไม่สะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของประชาชนในปัจจุบัน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลให้ทันสมัย ควบคู่กับการแก้ปัญหาข้อครหาที่ผ่านมาว่ามีผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงได้รับสิทธิ์สวัสดิการจากรัฐ โดยจะใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลภาครัฐเข้ามาช่วยคัดกรองให้แม่นยำมากขึ้น

รัฐบาลยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยช่วยค้นหากลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ตกหล่นจากระบบเดิม โดยอาศัยเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงมากที่สุด

พลิกหลักคิดจาก “ครอบครัว” สู่ “รายบุคคล”

สาระสำคัญของการปรับเกณฑ์ครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนวิธีพิจารณาจากฐานข้อมูลระดับ “ครอบครัว” มาเป็น “รายบุคคล” ทั้งในส่วนของรายได้ ทรัพย์สิน และภาระหนี้สิน

กระทรวงการคลังมองว่าเกณฑ์เดิมที่นำสมาชิกทั้งครอบครัวมารวมกัน อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน เนื่องจากบางครอบครัวมีทั้งผู้มีฐานะดีและผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ร่วมกัน ส่งผลให้การคัดกรองไม่สะท้อนความเป็นจริงของแต่ละบุคคล

เงื่อนไขใหม่ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เริ่ม 4 มิ.ย. 69

นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลแบบรายบุคคลยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาระบบ Negative Income Tax หรือระบบช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ซึ่งกระทรวงการคลังมีแผนผลักดันต่อไป

 

สรุปชัด! เกณฑ์ใหม่ต่างจากเกณฑ์เดิมอย่างไร

เกณฑ์เดิมกำหนดให้รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ขณะที่เกณฑ์ใหม่เปลี่ยนเป็นพิจารณารายได้ของแต่ละบุคคล โดยยังคงเพดานไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเช่นเดิม

ด้านทรัพย์สินทางการเงิน เดิมนับรวมทั้งครอบครัว แต่เกณฑ์ใหม่จะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่การถือครองอสังหาริมทรัพย์จะขยายการตรวจสอบไปถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มเติม

ส่วนคุณสมบัติต้องห้าม จากเดิมมี 4 กลุ่ม ได้แก่ พระภิกษุ ผู้ต้องขัง ข้าราชการ และผู้พักในสถานสงเคราะห์ รอบใหม่เพิ่มอีก 5 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา ผู้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารนิติบุคคล ผู้มีบัญชีซื้อขายหุ้นและตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกิน 12,000 บาทต่อปี และผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะบิดามารดา

นอกจากนี้ ยังเพิ่มการตรวจสอบการมีบัตรเครดิตและภาระหนี้สิน โดยผู้ที่มียอดสินเชื่อรวมทุกบัญชีเกิน 100,000 บาท จะไม่ผ่านเกณฑ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ไทม์ไลน์คัดกรองบัตรสวัสดิการ 69 

  • วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม 13.18 ล้านคน ยืนยันสิทธิ์ผ่าน 5 ช่องทาง
  • เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังตรวจสอบข้อมูลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 40 แห่ง
  • วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 คาดประกาศผลการคัดกรองผู้มีสิทธิ์รอบใหม่
  • ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 เปิดให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ยื่นอุทธรณ์
  • ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ผู้ยื่นอุทธรณ์สามารถส่งเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาได้
  • หลังสิ้นสุดกระบวนการอุทธรณ์ จะมีการสรุปรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการและปรับฐานข้อมูลใหม่ของโครงการภายในเดือนกันยายน 2569


เปิดยืนยันสิทธิ์ 5 ช่องทาง ประกาศผล 17 ก.ค.

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมทั้ง 13.18 ล้านคน ต้องยืนยันตัวตนใหม่ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เว็บไซต์โครงการ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และสาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง

หลังจากยืนยันสิทธิ์แล้ว กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 หน่วยงาน โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการดำเนินการทั้งหมด

ช่องทางการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69

เบื้องต้นตั้งเป้าประกาศผลการคัดกรองในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณายื่นอุทธรณ์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม พร้อมส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569

 

ไทยช่วยไทย พลัสได้เงินต่อ 2 เดือน ก่อนตัดสิทธิ์รอบใหม่

นายลวรณยืนยันว่า ผู้ได้รับสิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะยังคงได้รับเงินช่วยเหลือในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมตามปกติ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติรอบใหม่

หากผลการคัดกรองออกมาว่าไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะถูกระงับสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือในเดือนสิงหาคมทันที แต่รัฐบาลจะไม่เรียกคืนเงินที่ได้รับไปแล้วในช่วงก่อนหน้าการตรวจสอบ

สำหรับแนวทางนำสิทธิ์คงเหลือในมาตรการ “รัฐช่วยจ่าย 60-40” ของโครงการไทยช่วยไทย พลัส มาใช้รองรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่หรือไม่นั้น กระทรวงการคลังระบุว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยต้องรอผลการคัดกรองและจำนวนผู้มีสิทธิ์รอบใหม่ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีข้อสรุปภายในเดือนกันยายนนี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะลดลง เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยงบประมาณที่จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสก็จะลดลงเช่นกัน ซึ่งกระทรวงการคลังก็จะไม่ทำการเบิกงบประมาณจากเงินกู้ 4 แสนล้านเพิ่มเติม เพราะเป็นการกู้เท่าที่ใช้ หากไม่ใช้ก็จะไม่กู้เงิน ส่วนกรณีที่วงเงินคงเหลือมีเพิ่มเติมจะใช้ไปกับอะไรนั้น ยังไม่มีการหารือ