
ก.พ. ปั้น ‘ข้าราชการ-บุคลากรรัฐ’ ยุค AI ดัน 7 ทักษะดิจิทัล บริการประชาชน
รัฐบาลกางแผนเร่งปั้นข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ รับยุค AI สำนักงาน ก.พ. กำหนดกรอบ 7 ทักษะดิจิทัล รีสกิล ยกระดับบริการรัฐทันสมัย ตอบโจทย์ประชาชน
KEY
POINTS
- ก.พ. อนุมัติแผนพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุค AI
- กำหนดกรอบทักษะดิจิทัลที่สำคัญ 7 ด้าน เช่น ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ภาวะผู้นำดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- ตั้งเป้าหมายภายในปี 2570 ให้ข้าราชการสามารถนำทักษะไปใช้ยกระดับการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้เห็นชอบการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ตามแนวทางพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566–2570 โดยกำหนดกรอบทักษะสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่
- ความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)
- การปฏิบัติตามและใช้กฎหมายด้านดิจิทัล (Digital Governance)
- ภาวะผู้นำด้านดิจิทัล (Digital Leadership)
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนางาน (Digital Technology)
- การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบริการ (Digital Service)
- การใช้ประโยชน์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน (Data Utilization and Sharing)
- ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. จะพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับบทบาทของบุคลากรแต่ละกลุ่ม ทั้งผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างาน และผู้บริหาร รวมถึงแบ่งกลุ่มเป้าหมายระหว่างผู้ที่ทำงานด้านเทคโนโลยีโดยตรง และผู้ที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานทั่วไป เพื่อให้การพัฒนาตรงกับภารกิจและสามารถนำไปใช้ได้จริง
การขับเคลื่อนดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกับ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ดูแลระบบประเมินทักษะและสมรรถนะดิจิทัล สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) รับผิดชอบหลักสูตรพัฒนาทักษะทั้งแบบ Onsite และ Online และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่รับรองหลักสูตรให้สอดคล้องกับกรอบทักษะที่ ก.พ. กำหนด
“รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบราชการให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและ AI ตามแนวนโยบายของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้กำกับดูแลการพัฒนาระบบราชการและบุคลากรภาครัฐ โดยมุ่งสร้างภาครัฐที่กระชับ ทันสมัย และใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน” น.ส.รัชดา กล่าว
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ปรับปรุงบริการภาครัฐ เพื่อลดขั้นตอนน.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ซ้ำซ้อน ลดภาระเอกสาร และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อราชการได้ง่าย รวดเร็ว และโปร่งใสมากขึ้น
ขณะเดียวกัน การพัฒนาบุคลากรภาครัฐถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะข้าราชการในอนาคตต้องไม่เพียงใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องเข้าใจข้อมูล กฎหมายดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“รองนายกรัฐมนตรีได้วางแนวทางให้ระบบราชการไทยปรับวิธีทำงาน โดยนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยจัดการงานประจำ งานตรวจเอกสาร งานเชื่อมโยงข้อมูล และงานควบคุมบางส่วน เพื่อให้ข้าราชการมีเวลาไปทำงานเชิงนโยบาย วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น” น.ส.รัชดา ระบุ
อย่างไรก็ตามรัฐบาลตั้งเป้าภายในปี 2570 ให้ข้าราชการสามารถนำทักษะดิจิทัลไปใช้ในการทำงานและการให้บริการประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการให้บริการผ่าน e-Service การยื่นคำขอผ่าน e-Form การชำระเงินผ่าน e-Payment การรับเอกสารผ่าน e-Document และการออกแบบบริการใหม่ที่ช่วยลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก และยกระดับคุณภาพบริการภาครัฐให้ตอบโจทย์ประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง







