
ครม. สั่งเข้มห้ามข้าราชการใช้ไฟหลวงชาร์จรถ EV ส่วนตัว ฝ่าฝืนเจอโทษหนัก
ครม. เข้มสั่งเบรกเจ้าพนักงานของรัฐ นำรถยนต์ไฟฟ้า EV ส่วนตัวมาชาร์จไฟหลวงในสถานที่ราชการ-รัฐวิสาหกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ชี้เข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ ฝ่าฝืนเจอโทษตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสั่งห้ามข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงาน นำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนตัวมาชาร์จไฟฟ้าของหน่วยงานราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม หากพบผู้ฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาความผิดและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
- ครม. กำชับให้หัวหน้าหน่วยงานรัฐทุกแห่งควบคุมและกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัดอย่างเข้มงวด เพื่อให้ปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมครม. กำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. ควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด ห้ามนำรถยนต์ไฟฟ้า EV ส่วนตัวมาชาร์จไฟหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งหากพบผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบใช้ไฟหลวงชาร์จรถส่วนบุคคล ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาความผิดและลงโทษตามกฎหมายทันที
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนตัว ไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอ และให้แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทราบต่อไป
ทั้งนี้ ครม. ได้กำชับให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติตามแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุเพื่อติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้า/สถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าสำหรับส่วนราชการ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่กรมธนารักษ์กำหนดไว้แล้ว รวมถึงระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พร้อมทั้งมอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานควบคุม กำกับดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัดอย่างใกล้ชิดเพื่อประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีข้อสังเกตว่า แนวปฏิบัติของกรมธนารักษ์ดังกล่าว ได้มีการแจ้งเวียนให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐรับทราบตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2567 เพื่อนำไปถือปฏิบัติแล้ว ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว ให้หน่วยงานพิจารณาความผิดและลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นการเฉพาะต่อไป







