
ประกันสังคมไฟเขียว 'ลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล' ฟื้นคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน
ประกันสังคมเห็นชอบสิทธิรักษาด้วย “ลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล” ต่อเนื่อง เริ่มใช้ตั้งแต่ 4 เม.ย. 2569 ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน สร้างความมั่นใจกลับคืนสู่สังคม
KEY
POINTS
- ประกันสังคมอนุมัติสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนที่สูญเสียดวงตาสามารถเบิก "ลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล" เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ
- สิทธิครอบคลุมผู้ป่วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ป่วยตาฝ่อโดยกำเนิด, ตาฝ่อหลังลูกตาแตก และผู้ที่ผ่าตัดนำลูกตาออก
- สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้สถานพยาบาลตามอัตราที่กำหนด เช่น ค่า
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมเห็นชอบตามมติคณะกรรมการการแพทย์ ให้สิทธิประโยชน์การรักษาผู้ประกันตนที่สูญเสียดวงตาด้วย “ลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล” (Customized eye prosthesis) โดยให้มีผลใช้บังคับต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ช่วยฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงสร้างความมั่นใจในการกลับมาใช้ชีวิตในสังคมและประกอบอาชีพได้อีกครั้ง
ครอบคลุมผู้ป่วย 3 กลุ่มหลัก
สำหรับผู้ประกันตนที่สามารถเข้ารับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่
- ผู้ป่วยตาฝ่อโดยกำเนิด
- ผู้ป่วยตาฝ่อหลังลูกตาแตก
- ผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดนำลูกตาออก
สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนตามอัตราที่กำหนด ได้แก่
- ค่าตรวจประเมินและลองตาปลอม 500 บาท
- ค่าพิมพ์ตา 500 บาท
- ค่าบริการวันรับตา 600 บาท
- ค่าลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล ข้างละ 5,000 บาท
- ค่าตาปลอมชนิดใสสำหรับขยายร่องตา อันละ 1,500 บาท
ทั้งนี้ เป็นไปตามความจำเป็นทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละราย
จ่ายแล้วกว่า 1.1 ล้านบาท ผ่านโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงานประกันสังคมได้จ่ายประโยชน์ทดแทนให้ผู้ประกันตนแล้วรวม 250 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 1.1 ล้านบาท
โดยดำเนินการผ่านสถานพยาบาลและศูนย์เฉพาะทางที่มีศักยภาพ อาทิ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศูนย์ตาปลอมโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง), โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี, ศูนย์ดวงตาประเสริฐ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
ขณะที่ในปี 2569 คาดว่าจะมีผู้ประกันตนรายใหม่เข้าถึงบริการเพิ่มเติมอีกประมาณ 185 ราย ใช้งบประมาณราว 1 ล้านบาท
ชู “ลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล” ฟื้นความมั่นใจ-เพิ่มโอกาสกลับสู่ตลาดแรงงาน
นางสาวกาญจนา กล่าวว่า การสูญเสียดวงตาไม่เพียงส่งผลต่อการมองเห็น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและเป็นอุปสรรคสำคัญในการประกอบอาชีพ
สำนักงานประกันสังคมจึงผลักดันการใช้นวัตกรรมลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล เนื่องจากมีความเสมือนจริง พอดีกับโครงสร้างดวงตา ลดการเสียดสี และช่วยรักษาสมดุลของโครงสร้างใบหน้า ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตน
พร้อมกันนี้ สำนักงานประกันสังคมยังยืนยันว่า จะเดินหน้าสรรหานวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อยกระดับการดูแลสมาชิกกองทุนประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถกลับมาประกอบอาชีพและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน







