thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ บินจีบฝรั่งเศส ถก ‘มาครง’ ดึงดูดลงทุน AI-พลังงานสะอาด

‘เอกนิติ’ บินจีบฝรั่งเศส ถก ‘มาครง’ ดึงดูดลงทุน AI-พลังงานสะอาด

22 พ.ค. 69 | 03:02 น.
อัปเดตล่าสุด :22 พ.ค. 69 | 03:06 น.

ไทยจีบฝรั่งเศส ‘เอกนิติ’ บินหารือประธานาธิบดีมาครง 21-27 พ.ค.นี้ พร้อมถกธุรกิจชั้นนำ 3-4 บริษัท ดึงดูดลงทุน AI-พลังงานสะอาด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 21-27 พฤษภาคม 2569 ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เข้าพบหารือกับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส 

ทั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด การลงทุน รวมถึงการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่ประเทศไทย

“กำหนดการสำคัญของการเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ ไฮไลต์อยู่ที่การร่วมโต๊ะอาหารค่ำและหารืออย่างไม่เป็นทางการ (Working Dinner) ระหว่างนายอนุทิน กับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในอนาคต”

นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการเข้าหารือกับนักธุรกิจและนักลงทุนฝรั่งเศสชั้นนำ ประมาณ 3-4 บริษัท ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ประสานงานไว้ ซึ่งฝรั่งเศสมีความก้าวหน้าอย่างมากด้านพลังงานสะอาด เราจึงจะหารือเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด รวมถึงการลงทุนด้านดิจิทัล และ AI

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายเอกนิติ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของโลก โดยรัฐบาลไทยต้องการแลกเปลี่ยนมุมมองและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์ของโลก

“คณะของไทยยังมีกำหนดพบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการและนักลงทุนรายใหญ่ของฝรั่งเศส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสาขาพลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลไทยในการยกระดับเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”