thansettakij
thansettakij
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซื้อรถอีวี-ติดโซลาเซลล์ มาแน่ ชง เอกนิติ  เคาะ 18 พ.ค.นี้

สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซื้อรถอีวี-ติดโซลาเซลล์ มาแน่ ชง เอกนิติ  เคาะ 18 พ.ค.นี้

17 พ.ค. 69 | 09:55 น.
อัปเดตล่าสุด :17 พ.ค. 69 | 10:16 น.

กระทรวงการคลังเตรียมหารือวันที่ 18 พ.ค. นี้ สรุปเงื่อนไขสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับประชาชน ผู้ประกอบการที่ต้องการ ซื้อรถอีวี-ติดโซลาเซลล์  รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแผนการใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ วงเงินรวม 400,000 ล้านบาท

โดยเฉพาะในส่วนของเงิน 200,000 ล้านบาท ที่จัดสรรไว้สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินการในรูปแบบ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่ต้องการ

  • ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • ซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  • ติดตั้งระบบโซลาเซลล์

ทั้งนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการกำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงมาตรการได้อย่างเป็นทางการ

คมนาคม เร่งชงข้อเสนอช่วยผู้ประกอบการขนส่ง 7 กลุ่ม

ก่อนหน้านี้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเข้าหารือกับกระทรวงการคลังภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอสรุปรูปแบบการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการขนส่ง 7 กลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตพลังงานและต้นทุนการเดินรถที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนนำเข้าที่ประชุม ครม. ต่อไป ได้แก่

  • รถแท็กซี่
  • รถตู้โดยสารประจำทาง
  • รถโดยสารประจำทาง
  • รถสองแถว
  • รถยนต์รับจ้างส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 คน)
  • รถตุ๊กตุ๊กและรถจักรยานยนต์รับจ้าง
  • รถบรรทุกสินค้า

โดยรูปแบบการช่วยเหลือที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอมีหลายทางเลือก ทั้งการ สนับสนุนเงินดาวน์สำหรับการซื้อรถใหม่ การอุดหนุนดอกเบี้ยแบบคนละครึ่ง และ มาตรการทางภาษี เช่น การลดภาษีรถประจำปีเหลือ 0% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม 

ด้านงบประมาณสนับสนุนจากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าต้องการวงเงินราว 10,000–20,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นกลุ่มรถที่กำลังจะหมดอายุการใช้งานตามกฎหมายเป็นลำดับแรก ซึ่งมีจำนวนเกือบ 1 แสนคัน ทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่น รถสองแถวอายุเกิน 10 ปี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 17,000 คัน อย่างไรก็ดี มาตรการนี้จะเปิดกว้างตามความสมัครใจ ผู้ประกอบการที่รถยังไม่หมดอายุแต่ต้องการเปลี่ยนเป็นอีวีเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงก็สามารถยื่นขอรับการสนับสนุนได้เช่นกัน

นายสิริพงศ์ย้ำว่า "การใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน"

ชี้ไทยเสี่ยงวิกฤตพลังงานสูง หากไม่เปลี่ยนผ่านตอนนี้

นายเอกนิติระบุว่า ไทยมีความเสี่ยงด้านวิกฤตพลังงานสูงกว่าหลายประเทศ เนื่องจากยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนอีกหลายระลอก

พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นโดยไม่มีมาตรการรองรับ จะนำไปสู่ วิกฤตค่าครองชีพ  รายได้หดตัว  ธุรกิจขนาดเล็กล้ม  วิกฤตคนตกงาน ในที่สุด และยิ่งปล่อยนานยิ่งแก้ยาก

สำหรับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ รัฐมนตรีคลังอธิบายว่าออกแบบมาเพื่อ "ยิงนกสองตัวในคราวเดียว" คือทั้งเยียวยาผลกระทบระยะสั้น และเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระยะยาว โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าที่เป็นต้นเหตุหลักของความเปราะบางทางพลังงานของไทย

ติดตามความคืบหน้าผลการหารือในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และกลุ่มเป้าหมายของมาตรการสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน.