thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ ถกคมนาคม ดันใช้รถหัวลากไฟฟ้า เปลี่ยนผ่านพลังงาน

‘เอกนิติ’ ถกคมนาคม ดันใช้รถหัวลากไฟฟ้า เปลี่ยนผ่านพลังงาน

18 พ.ค. 69 | 07:37 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 69 | 07:41 น.

‘เอกนิติ’ ถกคมนาคม ดันใช้รถหัวลากไฟฟ้า เปลี่ยนผ่านพลังงานต้นทุนต่ำ ภายใต้เงื่อนไขพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท พร้อมหนุนใช้ไบโอดีเซล

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากวิกฤตพลังงานโลกที่คาดว่าจะลากยาวไปอีก 1-2 ปี เนื่องจากโครงสร้างพลังงานเดิมถูกทำลาย รัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือภาคขนส่ง เพราะหากรัฐบาลมุ่งเน้นแต่การเยียวยาหรืออุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเพียงอย่างเดียว เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับสูงขึ้นอีก รัฐก็ต้องใช้เงินงบประมาณอุดหนุนต่อไปไม่สิ้นสุด

ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหามาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลากโดยเฉพาะ เพื่อให้กลุ่มนี้สามารถเปลี่ยนผ่าน ไปสู่การใช้พลังงานทางเลือกที่ต้นทุนต่ำกว่าและเสถียรกว่าในระยะยาว

ชูโมเดลรถหัวลากไฟฟ้าตามแบบฉบับจีน

สำหรับมาตรการสำคัญที่กำลังมีการศึกษาคือการสนับสนุนให้ภาคขนส่งเปลี่ยนมาใช้รถหัวลากไฟฟ้า ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของประเทศจีนที่เปลี่ยนรถขนส่งและรถหัวลากให้เป็นระบบไฟฟ้าเกือบทั้งหมดมาตั้งแต่ 5-6 ปีที่แล้ว ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนแทบไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปัจจุบัน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ การผลักดันเรื่องดังกล่าว เข้าเงื่อนไขการใช้เม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยนโยบายนี้จะไม่ใช่เพียงการฟื้นฟูทั่วไปแบบในอดีต แต่ต้องเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการช่วยประชาชนบรรเทาผลกระทบระยะสั้นควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

นอกจากแผนเรื่องรถหัวลากไฟฟ้าแล้ว ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้รัฐบาลยังส่งเสริมให้ภาคขนส่งหันมาใช้ ไบโอดีเซล B20 มากขึ้น ซึ่งเป็นการใช้น้ำมันบนดิน จากผลผลิตทางการเกษตร (ปาล์มน้ำมัน) ของไทย เพื่อช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและพยุงราคาพืชผลเกษตรไปพร้อมกัน

“เงื่อนไขสำคัญของการใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ ครั้งนี้ คือ จะไม่ใช่การนำงบประมาณไปอุดหนุนราคาน้ำมันหรือจ่ายเยียวยาแบบระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เพราะมองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่จบสิ้น หากราคาน้ำมันโลกกลับมาพุ่งสูงอีก ภาครัฐก็จะต้องกลับไปใช้งบประมาณอุ้มซ้ำอีกครั้ง”