thansettakij
thansettakij
ถอดสูตร ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ซื้อกี่บาท รัฐถึงช่วยเต็ม 200 ต่อวัน

ถอดสูตร ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ซื้อกี่บาท รัฐถึงช่วยเต็ม 200 ต่อวัน

20 พ.ค. 69 | 08:07 น.
อัปเดตล่าสุด :20 พ.ค. 69 | 08:13 น.

ถอดสูตร ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ รัฐช่วยจ่าย 60% ออกเอง 40% นาน 4 เดือน ใช้อย่างไรให้คุ้มสุด ซื้อกี่บาท รัฐถึงช่วยเต็ม 200 ต่อวัน

โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระทรวงการคลังจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าเป็นต้นไป จำนวน 30 ล้านสิทธิ์ สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนรับสิทธิใช้จ่ายในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 โดยรัฐบาลช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% วงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานราก

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของโครงการ คือ ผู้ได้รับสิทธิจะต้องใช้วงเงินภายในเดือนนั้นให้หมด เพราะไม่สามารถนำยอดคงเหลือไปทบใช้ในเดือนถัดไปได้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า จะต้องเติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่าใดจึงจะใช้สิทธิได้คุ้มค่าที่สุด และต้องใช้จ่ายแบบใดจึงจะดึงเงินอุดหนุนจากรัฐได้เต็มจำนวน

ไทยช่วยไทยพลัส รัฐช่วยจ่าย 60% ต้องเติมเงินเท่าใด

สำหรับหลักการคำนวณของโครงการนั้น รัฐบาลจะช่วยจ่าย 60% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท หมายความว่า หากประชาชนต้องการใช้สิทธิจากภาครัฐให้ครบเต็มวงเงิน จะต้องมีเงินร่วมจ่ายในสัดส่วน 40%

เมื่อนำสูตรดังกล่าวมาคำนวณ จะพบว่า หากรัฐช่วยจ่าย 1,000 บาท ประชาชนจะต้องจ่ายเองในสัดส่วน 40 ต่อ 60 หรือคิดเป็นเงินประมาณ 666.67 บาทต่อเดือน หรือปัดขึ้นเป็น 667 บาท ดังนั้น ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ควรเติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปเป๋าตังอย่างน้อยเดือนละ 667 บาท

กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเติมเงินต่ำกว่าจำนวนดังกล่าว ก็อาจไม่สามารถดึงวงเงินสนับสนุนจากภาครัฐมาใช้ได้ครบ 1,000 บาทตามสิทธิที่ได้รับ

ใช้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ให้คุ้ม ซื้อ 333 บาท รัฐช่วย 200 บาท

นอกจากนี้ โครงการยังมีเพดานการช่วยเหลือรายวัน โดยรัฐจะสนับสนุนสูงสุดไม่เกินวันละ 200 บาท แม้ยอดใช้จ่ายจะสูงกว่านั้นก็ตาม

หากต้องการใช้สิทธิให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน สามารถคำนวณย้อนกลับได้ว่า เมื่อรัฐช่วยจ่าย 60% เป็นเงิน 200 บาท มูลค่าการซื้อสินค้าหรือบริการทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 333.33 บาท โดยประชาชนจะเป็นผู้จ่ายเอง 40% หรือประมาณ 133.33 บาท ผ่าน G-Wallet ในแอปเป๋าตัง

ดังนั้น สูตรการใช้สิทธิแบบ “คุ้มเต็มเพดาน” ต่อวัน คือ การใช้จ่ายประมาณ 333 บาท เพราะจะทำให้ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐครบ 200 บาทพอดี

อย่างไรก็ตาม ในการใช้จ่ายจริง อาจเป็นเรื่องยากที่จะซื้อสินค้าให้ได้ยอด 333.33 บาทเป๊ะในทุกครั้ง ผู้ใช้จึงสามารถมองว่า เงินช่วยเหลือจากรัฐเป็นลักษณะ “ส่วนลด” สูงสุดวันละ 200 บาทแทน

ยกตัวอย่าง หากมีการซื้อสินค้า 500 บาท รัฐจะช่วยจ่ายให้เพียง 200 บาทตามเพดานสูงสุด ส่วนอีก 300 บาท ระบบจะหักจากเงินใน G-Wallet ของประชาชนเอง

หมายความว่า เมื่อยอดใช้จ่ายเกิน 333 บาทขึ้นไป เงินช่วยเหลือจากรัฐจะ “ตันเพดาน” ที่ 200 บาททันที และภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้ใช้สิทธิเอง ซึ่งอาจทำให้ต้องเติมเงินเข้าแอปเป๋าตังมากกว่า 667 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ การวางแผนการใช้จ่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เพราะแม้ประชาชนไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิให้เต็มทุกวัน แต่การคำนวณล่วงหน้าจะช่วยบริหารเงินใน G-Wallet ได้คล่องตัวขึ้น ลดโอกาสเงินไม่พอระหว่างเดือน และสามารถใช้สิทธิจากภาครัฐได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ในมุมเศรษฐกิจ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ถือเป็นอีกมาตรการที่รัฐบาลหวังกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการอัดฉีดกำลังซื้อเข้าสู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน ขณะที่ประชาชนสามารถใช้เงินอุดหนุนมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงที่ราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังอยู่ในระดับสูงได้อีกทางหนึ่ง