thansettakij
thansettakij
รัฐอัด 1.76 แสนล้าน ลุย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ อายุ 18 ปีขึ้นไป รับแจก 1,000 นาน 4 เดือน

รัฐอัด 1.76 แสนล้าน ลุย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ อายุ 18 ปีขึ้นไป รับแจก 1,000 นาน 4 เดือน

19 พ.ค. 69 | 07:02 น.
อัปเดตล่าสุด :19 พ.ค. 69 | 07:25 น.

มติคณะรัฐมนตรี ไฟเขียว ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ฝ่าวิกฤตพลังงาน อัด 1.76 แสนล้าน บรรเทาค่าครองชีพ 43 ล้านคน พร้อมเปิดเกณฑ์แจก 1,000 บาท 4 เดือน เริ่มใช้จ่าย 1 มิ.ย.นี้

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ใช้งบประมาณ 1.76 แสนล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชนกว่า 43 ล้านคน
  • ช่วยเหลือประชาชนทั่วไป 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ผ่านระบบร่วมจ่าย (Co-payment) ที่รัฐสมทบให้ 60% และประชาชนจ่าย 40%
  • เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน
  • กำหนดเกณฑ์สำหรับประชาชนทั่วไปต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป รับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และจำกัดการใช้จ่าย 200 บาทต่อวัน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการประคับประคองทั้งประชาชนทั่วไปและธุรกิจรายย่อยให้สามารถผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไปได้ ใช้งบประมาณรวมกว่า 1.76 แสนล้านบาท

บรรเทาค่าครองชีพมากกว่า 43 ล้านคน

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมมากกว่า 43 ล้านคน ได้แก่

  • กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน โดยรัฐจะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เพิ่มอีก 700 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ใช้งบประมาณ 5.6 หมื่นล้าน
  • กลุ่มคนชั้นกลาง คนทำงาน รัฐช่วยคนที่มีกำลังซื้อน้อย โดยรัฐบาลจะใช้ระบบร่วมจ่าย (Co-payment) โดยประชาชนจ่าย 40% และรัฐสมทบให้ 60% ในวงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ใช้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท
  • กลุ่มร้านค้ารายย่อย มุ่งเน้นการต่อลมหายใจ"และเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจต้องปิดตัวลง

ดึงเอไอหนุนร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย เข้าถึงสินเชื่อ

นายเอกนิติ กล่าวว่า คำว่า “พลัส” คือการต่อลมหายใจ และนำเอไอมาช่วยให้คุ้นเคยกับดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการต้นทุน เช่น การใช้เอไอเข้ามาช่วยสอน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กให้คุ้นเคยกับระบบดิจิทัล

“เราจะใช้เอไอ และดึงข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์มาช่วยเปรียบเทียบราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาหมู เพื่อให้ร้านค้าบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้ร้านค้าเข้าถึงแหล่งสินเชื่อในระบบผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อหลีกเลี่ยงการกู้นอกระบบ”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน จะเป็นการ บรรเทาค่าครองชีพ ส่วนผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจะถือเป็นผลพลอยได้ เนื่องจากขณะนี้วิกฤตพลังงาน ผลกระทบอยู่ในขั้นที่ 2

"ต้นทุนวันนี้เงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 3% และอาจขยับเพิ่มขึ้นเป็น 5% หากหยุดวิกฤตนี้ไม่ได้จะกระทบการตกงานของรายย่อย ขณะที่คนว่างงานอยู่ 1% และอาจจะขยับขึ้นไปเป็น 2% ซึ่งเราไม่ต้องการให้ไปที่จุดนั้น"

แจงละเอียด ช่วยเหลือ 1,000 บาท นาน 4 เดือน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไทยช่วยไทยพลัส จะดูแลประชาชนมากวก่า 43 ล้านคน จาก 13.2 ล้านคนแรกมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเงินที่ได้ 300 บาท เพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท นาน 4 เดือน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับสิทธิค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า เบี้ยความพิการยังเหมือนเดิม

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการมีระยะเวลาในการรับสิทธิ 4 เดือน โดยระหว่างทางจะมีการทบทวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ว่ามีคนจนที่ตกหล่น หรือมีผู้ที่พ้นความยากจนอยู่เท่าใด

กลุ่มประชาชนทั่วไป รัฐบาลบรรเทาค่าใช้จ่าย 60 : 40 ระยะเวลาใช้จ่ายมิ.ย.-ก.ย. เดือนละ 1,000 บาท โดยรัฐบาลขยับความช่วยเหลือเป็น 30 ล้านคน ซึ่งสถิติที่ผ่านมา มีผู้เคยลงทะเบียนสูงสุดเพียง 28 ล้านคน ฉะนั้น จึงคาดว่าจะเพียงพอในการดูแลประชาชน

เปิดเกณฑ์ไทยช่วยไทยพลัส

ทั้งนี้ ความแตกต่างกันของการเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส และคนละครึ่ง เพื่อป้องกันการสับสนของประชาชน คือ รัฐบาลออกให้ 60% และประชาชนจ่าย 40%

  • เกณฑ์อายุเริ่มต้นที่ 18 ปีขึ้นไป
  • กำหนดวงเงินใช้จ่าย 200 บาทต่อวัน
  • วงเงินที่ได้รับ 1,000 บาท แต่ละเดือนไม่สะสม
  • ไม่กำหนดระยะเวลาไม่ใช้จ่ายภายในกี่วัน
  • เปิดให้มีการลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง วันที่ 25-29 พ.ค. ตั้งแต่ 06.00-22.00 น.

ร้านค้าไม่เข้าเงื่อนไขเข้าร่วมไทยช่วยไทยพลัส

  • ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เช่น ร้านทำเล็บ นวด สปา ไม่เข้าเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากต้องการให้ไปช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพ
  • ร้านค้าในคนละครึ่งพลัสเดิม สามารถกดยืนยันเข้าร่วมโครงการได้
  • ร้านค้าใหม่เปิดรับตั้งแต่ 25-30 พ.ค. ผ่านธนาคารกรุงไทย
  • ฟู้ดเดลิเวอรี่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยเริ่มดำเนินการได้ 15 มิ.ย.

รายละเอียดโครงการไทยช่วยไทยพลัส

“รัฐบาลยืนยันโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะบรรเทาภาระค่าครองชีพ และฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน”