
วิธีลงทะเบียนร้านค้า "ไทยช่วยไทยพลัส" รายเดิม-รายใหม่ เช็กเงื่อนไขรับสิทธิที่นี่
เงื่อนไขลงทะเบียนร้านค้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" อัปเดตล่าสุดร้านค้ารายเก่าและรายใหม่ เปิดเกณฑ์คุณสมบัติ- ขั้นตอนการสมัคร และวันที่เปิดให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ เช็กรายละเอียดทั้งหมดได้ที่นี่
KEY
POINTS
- ร้านค้าเดิมที่เคยร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" สามารถยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปฯ "ถุงเงิน" ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 30 ก.ย. 69
- ร้านค้าใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 69
- โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" รัฐจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60/40 โดยร้านค้าจะเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69
- ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมได้คือ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะที่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์
โครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส”เตรียมเดินหน้า หลังรัฐบาลประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับวันลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลาตั้งแต่ 6 โมงเช้าเป็นต้นไป ผ่านแอปฯเป๋าตัง ส่วนการใช้สิทธิต่างๆในรอบนี้ รัฐบาลจะช่วยสนับสนุน 60 /40 ซึ่งต่างจากโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่รัฐช่วย 50/50 ขณะที่ข้อมูลเงื่อนไขของร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ สำหรับร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมอยู่แล้ว ก็สามารถกดยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปถุงเงินกันได้เลย ส่วนรายใหม่ จะต้องไปลงทะเบียนผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ในส่วนของเงื่อนไขรายละเอียดของร้านค้าจะมีอะไรบ้าง "ฐานเศรษฐกิจ"มัดรวมมานำเสนอดังต่อไปนี้
ลงทะเบียนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส รายใหม่-รายเก่า เริ่มวันไหน
- กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569
- กรณีเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2569
ขั้นตอนลงทะเบียนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส รายเก่า (ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส)
วันที่ 25 พ.ค.69
- กดรับแบนเนอร์โครงการ เพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40
วันที่ 1 มิ.ย.69
- เริ่มรับสิทธิวันแรก ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เวลาตั้งแต่ 06.00 -23.00 น.
วันที่ 10 มิ.ย.69
- ร้านค้าเริ่มผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ ผ่านแอปฯถุงเงิน เวลา 06.00 -23.00 น.
วันที่ 15 มิ.ย.69
- เริ่มรับสิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เวลาตั้งแต่ 06.00 -21.00 น.
วันที่ 30 ก.ย.69
- สิ้นสุดโครงการเวลา 23.00 น.
ขั้นตอนลงทะเบียนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส สำหรับร้านค้าใหม่
วันนี้เป็นต้นไป
- เปิดบัญชีกรุงไทยหรือสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน ตรวจสอบคุณสมบัติร้านค้าเพื่อขออนุมัติเข้าร่วมโครงการ
วันที่ 25 พ.ค69
- เปิดลงทะเบียนสำหรับ"ร้านค้าใหม่"ยื่นเอกสารใบสมัครที่ได้รับการยืนยัน ประกอบกิจการจริง จากเจ้าหน้าที่รัฐที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา)กดรับแบนเนอร์โครงการผ่านแอปฯถุงเงิน หลังได้รับ SMS ยืนยันเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
วันที่ 1 มิ.ย.69
- เริ่มรับสิทธิวันแรก ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เวลาตั้งแต่ 06.00 -23.00 น.
วันที่ 10 มิ.ย.69
- ร้านค้าเริ่มผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ ผ่านแอปฯถุงเงิน เวลา 06.00 -23.00 น.
วันที่ 15 มิ.ย.69
- เริ่มรับสิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เวลาตั้งแต่ 06.00 -21.00 น.
วันที่ 31 ก.ค.69
- สิ้นสุดการลงทะเบียน"ร้านค้าใหม่"ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา)
วันที่ 30 ก.ย.69
- สิ้นสุดโครงการเวลา 23.00 น.
คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40
1.เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้
1.1ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
1.2 ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ
1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ
1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้
- ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
- ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด
- ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้
2.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้
2.1ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น
3.เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
- รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)
4.เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
- ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
5.ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
- โครงการคนละครึ่ง
- โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2
- โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3
- โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4
- โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
- โครงการคนละครึ่ง พลัส
ประเภทสินค้าและบริการ
- อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด







