
คมนาคมลุยยกระดับ "รถรับส่งนักเรียน" ทั่วประเทศ ดันเป็นวาระแห่งชาติ
คมนาคม เร่งยกระดับความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน หลังตรวจ 5,100 คัน พบเบรกไม่ผ่านมาตรฐานกว่า 675 คัน เตรียมดันเป็นวาระแห่งชาติ
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเร่งรวบรวมข้อมูลรถรับ-ส่งนักเรียนทั่วประเทศเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย หลังพบว่ามีรถที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องมีจำนวนน้อย
- จากการตรวจสอบรถนักเรียนกว่า 5,100 คัน พบว่า 15% มีประสิทธิภาพเบรกไม่ผ่านเกณฑ์ จึงจะมีการตรวจสภาพรถอย่างเข้มข้นขึ้น
- มีแผนใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนเลขสวยเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย และตั้งเป้าผลักดันให้เรื่องความปลอดภัยของรถนักเรียนเป็นวาระแห่งชาติ
15 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนนโยบาย การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับ-ส่งนักเรียน โดยมีนายสรพงศ์ ไพฑรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก สภาองค์กรของผู้บริโภค สสส. และผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ และขอความร่วมมือ ให้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับรถที่ใช้รับส่งนักเรียน ทั้งในส่วนของโรงเรียนและเอกชน ส่งข้อมูลมาให้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้ในการตรวจเรื่องความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินงานไปแล้วเพียง 30% โดยจะมีเรียกติดตามผลความคืบ วันที่ 19 มิถุนายน 2569
โดยปัจจุบันมีรถรับส่งนักเรียนเป็นจำนวนมาก แต่มีรถที่ลงทะเบียนเพียง 5,200 คัน ส่วนรถที่เหลือจะเป็นรถที่อาจจะไม่ได้ขึ้นทะเบียนโดยตรงซึ่งมีปรับใช้หลายวัตถุประสงค์
อย่างไรก็ดี ทางกรมขนส่งฯ ได้ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการให้โรงเรียนทั้งหมด 52,000 แห่งทั่วประเทศ ช่วยแจ้งเบาะแสของรถที่ใช้รับส่งนักเรียนทุกคัน ขณะนี้มีโรงเรียนแจ้งมาประมาณ 3,300 โรงเรียน แจ้งรถมาทั้งหมด 10,300 คัน ซึ่งได้มีเรียกตรวจแล้ว 5,100 คัน พบมีไม่ผ่านประสิทธิภาพของเบรก 15% หรือประมาณ 675 คัน
ทั้งนี้ จะมีการขับเคลื่อนที่เข้มข้นมากยิ่ง โดยจะให้ทางจังหวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนเลขสวย (ประมูลป้ายทะเบียน) ไปใช้เป็นงบประมาณในการขับเคลื่อน รวมถึงสิ่งที่จะเร่งดำเนินการคือติดตามตรวจสภาพของรถ ทั้งรถนักเรียนและรถขนส่งที่ใช้ในการทัศนศึกษา
"รถคันไหนขาดการตรวจสภาพ ก็จะเร่งรัดให้มาตรวจสภาพและมีการแก้ไขให้ถูกต้อง จากนี้ไปก็จะมีการอำนวยความสะดวกให้กับโรงเรียนต่างๆ ในกรณีที่ท่านจะไปทัศนศึกษา สามารถส่งข้อมูลและร้องขอกับขนส่งจังหวัดได้ ว่าต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญไปช่วยท่านในการตรวจดูสภาพรถเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลมยาง ประตูหนีไฟ อุปกรณ์ในการทุบกระจกครบถ้วนหรือไม่" นายสิริพงศ์ กล่าว
นอกจากนั้น ในระยะสั้นจะมีการดำเนินการให้ความรู้ในระดับสถานศึกษาด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการทำใบขับขี่ การอบรม การสร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยในท้องถนน ส่วนระยะกลาง จะพัฒนาหลักสูตรร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องของวินัยและความปลอดภัยในการใช้ถนน
อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวคิดเรื่องการขอใช้งบประมาณบางส่วนจากป้ายวงกลมที่มีการสนับสนุนให้กับท้องถิ่น เอามาพัฒนารถรับส่งนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเอง และมีความมุ่งหวังอยากจะให้เรื่องรถนักเรียนเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกไปทำแนวทางมาว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม







