thansettakij
thansettakij
‘อนุทิน’ เคาะตั้ง 3 อนุกรรมการ นับถอยหลัง ไทยเจ้าภาพ IMF–World Bank

‘อนุทิน’ เคาะตั้ง 3 อนุกรรมการ นับถอยหลัง ไทยเจ้าภาพ IMF–World Bank

11 พ.ค. 69 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 69 | 06:08 น.

นายกฯ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เตรียมไทยเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 เคาะตั้ง 3 อนุกรรมการ ชูโอกาสครั้งสำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ยกระดับภาพลักษณ์ไทยสู่เวทีโลก

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings หรือ AM2026 ถือเป็นเวทีเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดเวทีหนึ่งของโลก เปรียบเสมือน “โอลิมปิกด้านการเงินการคลัง” ที่จะทำให้สายตาจากทั่วโลกจับจ้องมายังประเทศไทย โดยไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีฯ ถึง 2 ครั้ง สะท้อนว่าไทยเป็นประเทศที่ประชาคมโลกเชื่อมั่นและให้ความสนใจในด้านการเงินการคลังระดับโลก

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็น “โอกาสของประเทศและคนไทยทุกคน” ในการแสดงศักยภาพ ความพร้อม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยต่อผู้นำเศรษฐกิจ โดยสอดแทรกผ่านองค์ประกอบในการจัดประชุม อาทิ การใช้ผ้าไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุน และรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยในหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม บริการ และธุรกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในการประชุมจะนำแนวคิด Green Meeting และผนังห้องประชุมแบบ Isowall มาใช้ ซึ่งสามารถรื้อและนำกลับมาใช้ใหม่ได้

การประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group)

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน จาก 189 ประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหาร IMF และ World Bank นักลงทุน สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากทั่วโลก โดยจะมีการประชุมหลัก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และการประชุมย่อยอีกประมาณ 1,000 การประชุม โดยคาดว่า การประชุมดังกล่าวจะทำให้มีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทย จำนวนมาก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และอยากให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่า “เราเป็นเจ้าภาพร่วมกัน” ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ภาคบริการ อาสาสมัคร หรือประชาชนทั่วไป เพราะนี่คือโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจและสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ได้แก่

(1) คณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ

(2) คณะอนุกรรมการด้านพิธีการและอำนวยการ

(3) คณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัย การจราจร และสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนการเตรียมงานในทุกมิติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจ ปลอดภัยให้กับผู้เข้าร่วมประชุม

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแนวคิดหลักของการเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาของไทยในโลกยุคใหม่ ผสมผสานกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในปีหน้าจะครบรอบ 100 ปี ตลอดจนเชื่อมโยงสู่ประเด็นยุทธศาสตร์ในระดับสากล ผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 1. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI

 2. ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก

 3. การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 4. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

โดยรัฐบาลเชื่อมั่นว่า เวทีนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอวิสัยทัศน์และบทบาทของไทยในฐานะประเทศที่พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือ สร้างสมดุล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน

“ช่วงเวลาต่อจากนี้คือการนับถอยหลังอีกประมาณ 5 เดือน สู่การต้อนรับแขกจากทั่วโลก ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยสร้างความประทับใจ และต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นให้กับประเทศและประชาชนไทยในระยะยาว” นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำ