thansettakij
thansettakij
DSI ลุยคดีพิเศษ งัดใช้ กฎหมายอั้งยี่ เช็กบิล 8 บริษัทเรือ-คลังใหญ่ กักตุนน้ำมัน

DSI ลุยคดีพิเศษ งัดใช้ กฎหมายอั้งยี่ เช็กบิล 8 บริษัทเรือ-คลังใหญ่ กักตุนน้ำมัน

16 เม.ย. 69 | 06:59 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 69 | 07:06 น.

รมว.ยุติธรรม สั่งเช็กบิล 8 บริษัทเรือและคลังใหญ่ DSI ลุยคดีพิเศษ สั่งฟันข้อหาหนัก "อั้งยี่-ฟอกเงิน" ลั่นเอาผิดเด็ดขาดถึงที่สุด ผนึกกำลัง ทลายขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน-กักตุนซ้ำเติมวิกฤตตะวันออกกลาง พบพิรุธเรือ 20 ลำปิดสัญญาณระบุตัวตนอัตโนมัติ ลอบถ่ายเทกลางทะเล แถมพบน้ำมันปลายทาง "งอก" เพิ่มจากต้นทางอย่างประหลาด

KEY

POINTS

  • ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ สอบสวน 8 บริษัทเรือ และ 6 คลังน้ำมันขนาดใหญ่ใน จ.สุราษฎร์ธานี กรณีลักลอบขนส่งและกักตุนน้ำมัน
  • พบพฤติการณ์ต้องสงสัยหลายอย่าง เช่น เรือปิดสัญญาณ AIS การถ่ายเทน้ำมันกลางทะเล และปริมาณน้ำมันปลายทางมากกว่าต้นทางอย่างผิดปกติ
  • มีการออกหมายเรียก 8 บริษัทเรือที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล และขยายผลการตรวจสอบคลังน้ำมันและโรงกลั่นทั่วประเทศ
  • กระทรวงยุติธรรมสั่งการให้พิจารณาดำเนินคดีในความผิดฐานอั้งยี่ หากพบว่าทำเป็นขบวนการ และจะขยายผลสู่การยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน

กระทรวงยุติธรรมสั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เร่งดำเนินคดีกรณีกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หลังคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติรับเป็นคดีพิเศษ พร้อมออกหนังสือเรียก 8 บริษัทเจ้าของเรือที่พบความผิดปกติ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อเท็จจริง และขอรับโอนสำนวนจากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาดำเนินการ

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) แถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมัน ภายใต้คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569

การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการตรวจสอบเชิงลึกในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดเป็นขบวนการ และอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงาน

 

พบความผิดปกติหลายมิติ เชื่อมโยง 8 บริษัท

 

ผลการตรวจสอบพบความผิดปกติในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ พฤติกรรมเรือต้องสงสัย 24 เที่ยวเรือ โดย 20 เที่ยวมีลักษณะผิดปกติ อาทิ การปิดสัญญาณ AIS (Dark activity) จำนวน 10 เที่ยว และการถ่ายเทน้ำมันกลางทะเล (Ship to Ship) รวมถึงการใช้เวลาเดินทางล่าช้ากว่าปกติ

 

DSI ลุยคดีพิเศษ งัดใช้ กฎหมายอั้งยี่ เช็กบิล 8 บริษัทเรือ-คลังใหญ่ กักตุนน้ำมัน

 

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติของปริมาณน้ำมัน โดยมีเรือ 22 เที่ยวจาก 15 ลำ ที่ปริมาณน้ำมันปลายทางมากกว่าต้นทาง ขัดกับหลักการขนส่งที่ต้องมีการสูญเสียระหว่างทาง ขณะเดียวกันเอกสารการขนส่งมีการแก้ไขวันเดินทาง ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่งผิดปกติจาก 1 วันเป็น 1 เดือน

ในส่วนของคลังน้ำมัน ตรวจพบพฤติกรรมกักตุนในคลังขนาดใหญ่ 6 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีปริมาณรับน้ำมันเข้าสูงกว่าการจำหน่าย แตกต่างจากพฤติการณ์ปกติ เข้าข่ายปฏิเสธหรือประวิงการขายตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ

 

DSI เรียก 8 บริษัทให้ข้อมูล โอนคดีเป็นคดีพิเศษ

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหนังสือเรียกเจ้าของบริษัทเรือ 8 แห่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมต้องสงสัย ให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการขอรับโอนสำนวนจากพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรวมสำนวนเป็นคดีพิเศษ

 

DSI ลุยคดีพิเศษ งัดใช้ กฎหมายอั้งยี่ เช็กบิล 8 บริษัทเรือ-คลังใหญ่ กักตุนน้ำมัน

 

ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีเอกสารจากหน่วยงานรัฐบางส่วนที่ส่งมาไม่ครบถ้วนขยายผลตรวจค้นทั่วประเทศ พบความผิดหลายรูปแบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับ DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงกลั่น 6 แห่ง และคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วประเทศ

พร้อมเข้าตรวจค้นเพิ่มเติมใน 4 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ขอนแก่น สมุทรสาคร และปทุมธานี พบพฤติการณ์ผิดกฎหมายหลายรูปแบบ เช่น การลักลอบถ่ายเทน้ำมัน การดำเนินธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และการรายงานข้อมูลเท็จ

เบื้องต้นมีการดำเนินคดีกับนิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ย้ำเอาผิดถึงที่สุด ขยายสู่คดีอั้งยี่-ฟอกเงินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การกักตุนหรือประวิงการจำหน่ายน้ำมันโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะในคลังขนาดใหญ่ เป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ DSI ดำเนินคดีอย่างเข้มงวดในทุกมิติ หากพบว่ามีการกระทำเป็นขบวนการ จะพิจารณาดำเนินคดีฐานอั้งยี่ และขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป.