thansettakij
thansettakij
ผ่าเบื้องลึก ‘เอกนิติ’ ร่ายมนต์กล่อมมูดี้ส์ ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยดี

ผ่าเบื้องลึก ‘เอกนิติ’ ร่ายมนต์กล่อมมูดี้ส์ ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยดี

ผ่าเบื้องลึก-เบื้องหลัง รองนายกฯ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ เยือนสหรัฐฯ ชี้แจงข้อมูลต่อ ‘มูดี้ส์’ สถาบันจัดอับดับเครดิตเรตติ้งระดับโลก ก่อนปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยดีขึ้นเหนือความคาดหมาย

การปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยของสถาบันจัดอับดับเครดิตเรตติ้งระดับโลกของ “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส” (Moody's Investors Service) จากเชิงลบ (Negative) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) เมื่อไม่นานมานี้ ยกให้ไทยเป็น 1 ใน 5 ตลาดเกิดใหม่ที่รับมือแรงกระแทกเศรษฐกิจโลกได้ดีที่สุด ด้วยจุดแข็งด้านทุนสำรองที่แข็งแกร่ง และการปฏิรูปนโยบายถือเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนสัญญาณอะไรบางอย่างที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล 

การปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยของมูดี้ส์รอบนี้ หลายคนมองว่า “เหนือความคาดหมาย” แต่เบื้องลึก-เบื้องหลังของเรื่องส่วนหนึ่งเกิดจากการชี้แจงและการให้ข้อมูลของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลในระหว่างร่วมประชุม “IMF-World Bank Spring Meetings 2026” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13-18 เม.ย.69 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา 

เบื้องลึกการชี้แจงข้อมูลต่อ ‘มูดี้ส์’

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เล่าให้ฟังว่า ในระหว่างการเข้าร่วมประชุม IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ได้มีโอกาสเข้าพบ และชี้แจงกับตัวแทนของมูดี้ส์ก่อนที่จะมีการออกรายงานสถานะเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ยอมรับว่า สิ่งที่มูดี้ส์มีความกังวลไม่ใช่ประเด็นเรื่องการที่รัฐบาลไทยจะกู้เงินเพิ่มเพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ หรือตัวเลขหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มสูงขึ้น แต่สิ่งที่เขากังวลคือประเทศไทยจะไม่มีอนาคตในการเติบโต

ดังนั้นจึงได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงสิ่งที่รัฐบาลได้ทำตั้งแต่ช่วง 4 เดือนสุดท้ายปลายปี 2568 ผ่านกลไกหลัก คือ การผลักดันการลงทุน ไม่ใช่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างโครงการคนละครึ่ง ทำให้ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เศรษฐกิจขยายตัวจาก 0.3% เป็น 2.5% สิ่งนี้ทำให้เห็นแล้วว่าทำจากจุดที่กำลังจะแย่ให้ดีขึ้นมาได้

“มูดี้ส์ไม่ได้ห่วงเรื่องกู้เงิน เพราะตอนนี้ทุกประเทศก็มีข่าวว่าจะกู้เพิ่ม หรือขยายเพดานหนี้ ขณะที่หนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 66% ต่อจีดีพี ต่างจากหลายประเทศที่มีระดับหนี้สูงกว่า 100% หากไม่ทำอะไรถ้าไม่ทำอะไรเลยหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะเพิ่มขึ้น เพราะจีดีพีลดลง จึงต้องเร่งการลงทุนเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสทำให้เห็นว่าประเทศมีโมเมนตัมที่ดีขึ้น จึงได้บอกความจริงของเศรษฐกิจไทยกับมูดี้ส์อย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นจุดยืนของผมในฐานะเทคโนแครต ที่ผ่านประสบการณ์ทั้งจากกระทรวงการคลังและภาคเอกชนมาก่อน” นายเอกนิติ ยอมรับ

ให้ความสำคัญกับเรื่องวินัยการคลัง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ย้ำกับมูดี้ส์ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องวินัยการคลังของประเทศเห็นได้จากเรื่องแผนการคลังระยะปานกลาง ฉบับใหม่ โดยเริ่มจากการคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ก่อน อีกทั้งยังเล่าให้มูดีส์ฟังถึงแผนที่ทำมาก่อนหน้านี้ และอีก 4 ปี ว่าจะทำอะไรที่ให้ประเทศไทยดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน ส่วนเรื่องวินัยทางการคลัง รัฐบาลก็มีความตั้งใจว่าจะรักษาไว้ให้ดี

สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการการลงทุนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ขยายตัว โดยเฉพาะการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการขับเคลื่อนการลงทุนให้เกิดขึ้นจริงผ่านมาตรการ Thailand Fast Pass โดยการลงทุนภาคเอกชนเติบโต 8% ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี ควบคู่กับตัวเลขการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวเพิ่มถึง 13% 

แจ้งนายกฯ รับทราบ ทำใจล่วงหน้า

นายเอกนิติ ยอมรับว่า การปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยของมูดีส์ครั้งนี้ เหนือความคาดหมาย เพราะก่อนหน้าที่จะมีการประกาศผล ส่วนตัวได้ประเมินสถานการณ์บนความเสี่ยงสูงสุด และได้รายงานต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รับทราบว่าให้เตรียมความพร้อมกับผลที่อาจออกมาว่าประเทศไทยถูกปรับลดมุมมองลง แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับข่าวดีว่ามูดีส์ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยดีขึ้น

“ได้โทรศัพท์รายงานต่อ นายกรัฐมนตรี ล่วงหน้าว่าอาจต้องเตรียมใจรับสถานการณ์ โดยบอกนายกฯ ว่า ท่านต้องทำใจไว้นะ เพราะไทยอาจจะโดนดาวน์เกรด แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าถ้าถูกดาวน์เกรดจริงก็ไม่กระทบ เพราะเรากู้เงินในประเทศเป็นหลัก ท้ายที่สุดเมื่อผลออกมาพบว่า มูดี้ส์มีความเชื่อมั่นและประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ได้ในที่สุด ก็ดีใจแม้ว่าจะมีอาการ Jet lag หลังเดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ ก็ตาม” นายเอกนิติ ยอมรับ

นายกฯ หวังสร้างความมั่นใจนักลงทุนทั่วโลก

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นนี้ภายหลังว่า เรื่องนี้เป็นข่าวดีต่อเนื่องหลังจากที่มูดี้ส์ได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพ และน่าลงทุน ถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยมูดี้ส์ไม่ได้มองแค่ในเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้นแต่มองทุกมิติทั้งในเรื่องของการอำนวยความสะดวก เรื่องความโปร่งใส เรื่องการทำงานที่รวดเร็ว และเรื่องโครงสร้างของประเทศ

“ต้องขอบคุณประชาชนทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันเชียร์ประเทศไทย เพราะบริษัทที่เป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกจัดอันดับให้ประเทศไทยได้ดีแบบนี้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครไปวิ่งเต้นได้ ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมาโปร่งใส คนที่ว่ากล่าวประเทศไทย ไม่อยากให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้า เห็นแบบนี้ก็จะเห็นว่าสิ่งที่คนเหล่านี้พูดมาไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะพูดในสิ่งไม่ดีและกระทบประเทศไทย” นายกฯ กล่าว