
เจาะลึกรายงานมูดี้ส์ ระบุ ไทยแกร่งรับมือวิกฤตโลก ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่
มูดี้ส์ จัดไทยกลุ่ม "ทนทานเชิงโครงสร้าง" สูงสุด ร่วมกับอินเดียเพียง 2 ประเทศ จาก 10 ตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก เผยกรอบนโยบายการเงินที่แข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศสูง และค่าเงินยืดหยุ่น คือหัวใจความแกร่ง พร้อมเตือนภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นเป็นความเสี่ยงต้องจับตา
KEY
POINTS
- เจาะลึกรายงานมูดี้ส์จัดอันดับให้ไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก
- ในการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างเชิงลึก มีเพียงไทยและอินเดียที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสูงสุดที่เรียกว่า "ทนทานเชิงโครงสร้าง" (Structural Resilience)
- ปัจจัยหลักที่สร้างความแข็งแกร่งให้ไทยคือ กรอบนโยบายการเงินที่ชัดเจน, อัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น และทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง
- รายงานได้เตือนถึงความเสี่ยงจากภาระหนี้สาธารณะที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจลดทอนความสามารถในการรับมือวิกฤตของไทยในอนาคต
เอกนิติ เผย มูดี้ส์ยกไทยติดกลุ่มตลาดเกิดใหม่แกร่งที่สุด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Moody’s Investors Service หรือ มูดี้ส์ ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด โดยระบุให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในห้าประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มี "ภูมิต้านทาน" หรือความแข็งแกร่งในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างโดดเด่น ร่วมกับอินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก
ข้อมูลดังกล่าวมาจากรายงาน Sector In-Depth ซึ่งมูดี้ส์เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การประเมินความสามารถในการรับมือแรงกระแทกทางการเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ 10 แห่งทั่วโลก
รายงานวิเคราะห์อะไร และครอบคลุมช่วงเวลาใด
รายงานฉบับนี้ถือเป็นการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและครอบคลุมที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี เพราะไม่ได้มองแค่ตัวเลขเศรษฐกิจผิวเผิน แต่เจาะลึกไปถึงโครงสร้างเชิงนโยบาย กรอบการบริหารการเงิน และการสะสมกันชนทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยนำข้อมูลจากช่วงปี 2563 ถึง 2568 มาประกอบการพิจารณา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงของธนาคารกลางสหรัฐและประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก ความเครียดในภาคธนาคารของประเทศตะวันตก และความตึงเครียดทางการค้าจากมาตรการภาษีศุลกากร
มูดี้ส์จัดกลุ่มประเทศอย่างไร และไทยอยู่ที่ไหน
อย่างไรก็ดี เมื่ออ่านรายงานฉบับเต็มอย่างละเอียด จะพบว่ารายงานมูดี้ส์มีการจัดกลุ่มประเทศอยู่สองระดับที่ให้ภาพแตกต่างกัน ระดับแรกคือการวัดผลลัพธ์ด้านตลาด ซึ่งพิจารณาจากความผันผวนของอัตราผลตอบแทน ค่าเงิน และส่วนต่างความเสี่ยงในช่วงวิกฤต ในระดับนี้ มูดี้ส์ระบุว่า 5 ประเทศที่แสดงความยืดหยุ่นในตลาดได้ดีที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย อินเดีย ไทย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก ซึ่งเป็นกลุ่มที่รัฐมนตรีคลังอ้างถึง
แต่ในระดับที่สองซึ่งเป็นการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างเชิงลึกกว่า มูดี้ส์แยกกลุ่มประเทศออกอย่างละเอียดและชัดเจนขึ้น โดยจัดให้ไทยและอินเดียเพียงสองประเทศเท่านั้นที่อยู่ในกลุ่มสูงสุด เรียกว่า "ทนทานเชิงโครงสร้าง" (Structural Resilience)
ขณะที่เม็กซิโกและอินโดนีเซียอยู่ในกลุ่มรองลงมาในฐานะ "แข็งแกร่งแต่มีเงื่อนไขบางส่วน" (Strong but Partly Conditional Resilience) และมาเลเซียถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ทนทานแบบมีเงื่อนไข" (Conditional Resilience) ร่วมกับบราซิลและแอฟริกาใต้ ไม่ใช่กลุ่มเดียวกับไทย กลุ่มสุดท้ายซึ่งมีความเปราะบางสูงสุดประกอบด้วยตุรกี อาร์เจนตินา และไนจีเรีย
หากพิจารณาข้อสรุปเชิงโครงสร้างซึ่งเป็นหัวใจหลักของรายงาน ไทยอยู่ในกลุ่มสูงสุดเพียงสองประเทศร่วมกับอินเดียเท่านั้น
สามปัจจัยหลักที่ทำให้ไทยแข็งแกร่งระดับโครงสร้าง
สาเหตุที่ไทยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มสูงสุด อยู่ที่ปัจจัยเชิงโครงสร้างสามด้านหลักที่มูดี้ส์ให้น้ำหนักอย่างมาก ด้านแรกคือกรอบนโยบายการเงินที่ชัดเจนและสามารถคาดการณ์ได้ ไทยมีกรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่โปร่งใสและสื่อสารได้ดีมาเป็นเวลานานพอสมควรก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น การคาดการณ์เงินเฟ้อของตลาดและประชาชนถูกยึดโยงไว้ได้อย่างมั่นคง ซึ่งหมายความว่าเมื่อเกิดแรงกระแทกจากภายนอก นักลงทุนและผู้ประกอบการไม่ตื่นตระหนกว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงเกินควบคุม สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ความผันผวนของค่าเงินจะส่งผลกระทบลูกโซ่ไปสู่ราคาสินค้าและบริการในประเทศ
ด้านที่สองคือความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน มูดี้ส์ให้ความสำคัญอย่างมากกับประเด็นนี้ เพราะประเทศที่ยอมให้ค่าเงินปรับตัวตามกลไกตลาดได้อย่างเสรีในระดับหนึ่งจะสามารถดูดซับแรงกระแทกจากภายนอกผ่านการเคลื่อนไหวของค่าเงิน แทนที่จะต้องสูญเสียทุนสำรองระหว่างประเทศหรือต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเฉียบพลันจนกระทบเศรษฐกิจในประเทศ ไทยใช้แนวทางนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดสามารถปรับสมดุลได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงจากทางการมากเกินไป
ด้านที่สามคือทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง รายงานระบุว่าไทยเข้าสู่ช่วงวิกฤตที่ผ่านมาพร้อมกับทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นกันชนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ไทยยังมีจุดแข็งด้านดุลการชำระเงินระยะยาวและมีระดับหนี้ต่างประเทศที่ไม่สูง ซึ่งทำให้ฐานะด้านต่างประเทศโดยรวมมีความมั่นคงกว่าหลายประเทศในกลุ่มเดียวกัน
ปฏิรูปก่อนวิกฤต คือกุญแจที่แยกไทยออกจากประเทศอื่น
มูดี้ส์ยังชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่แยกประเทศในกลุ่มสูงสุดออกจากกลุ่มอื่นไม่ใช่แค่ว่ามีนโยบายที่ดีในวันนี้ แต่คือการที่ปฏิรูปเชิงนโยบายเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนที่วิกฤตจะมาถึง ประเทศที่เร่งปฏิรูปเมื่อถูกแรงกดดันจากวิกฤตมักได้ผลลัพธ์ที่ด้อยกว่าในระยะสั้น เพราะตลาดยังไม่มีความเชื่อมั่นเพียงพอว่านโยบายใหม่จะยั่งยืน ในทางตรงกันข้าม ประเทศอย่างไทยที่วางรากฐานนโยบายไว้อย่างมั่นคงก่อนล่วงหน้า สามารถใช้ประโยชน์จากความน่าเชื่อถือที่สะสมมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้อย่างเป็นระเบียบและมีค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจต่ำกว่า
เตือนหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นคือความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ขณะเดียวกัน รายงานของมูดี้ส์ไม่ได้ฟันธงว่าไทยปลอดภัยในทุกมิติ มีการระบุข้อจำกัดสำคัญที่ต้องจับตา นั่นคือภาระหนี้ภาครัฐที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มูดี้ส์เตือนว่าหากหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะเริ่มกัดกร่อนความสามารถในการรับมือวิกฤตของไทยในระยะต่อไป และอาจลดทอนความได้เปรียบที่สะสมมาได้
ในภาพรวม รายงานของมูดี้ส์ฉบับนี้ให้ข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับการประเมินสถานะของไทยในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสูงสุดร่วมกับอินเดียเพียงสองประเทศเท่านั้นในการวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง สะท้อนถึงการสะสมความน่าเชื่อถือและความสามารถในการบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคที่เกิดขึ้นในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกัน ข้อเตือนใจเรื่องภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสัญญาณที่ผู้กำหนดนโยบายไม่ควรมองข้าม เพราะตามนิยามของมูดี้ส์เอง ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากสภาวะปัจจุบันเท่านั้น แต่วัดจากการที่ประเทศสามารถรักษาและต่อยอดฐานที่มั่นนั้นไว้ได้อย่างยั่งยืนในทุกสภาวะ.





