
ศุลกากรยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน ยอดนำเข้าเฉลี่ยเกินวันละ 100 ล้านลิตร
ศุลกากรยันน้ำมันไทยไม่คาดแคลน ยอดนำเข้าเท่ากับสถานการณ์ปกติ เฉลี่ยเกินวันละ 100 ล้านลิตร พร้อมคุมเข้มลักลอบส่งออกหลังประเทศเพื่อนบ้านส่วนต่างราคาสูง
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงสถานการณ์การนำเข้าน้ำมัน ว่า ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันแต่อย่างใด โดยมีน้ำมันดิบนำเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งสัดส่วนเทียบเท่าก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติ ล่าสุด ในช่วงกลางเดือนมีนาคม พบว่ายอดการนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ยเกินกว่าวันละ 100 ล้านลิตร เช่น
- เมื่อวันที่ 18 มีนาคม มีการนำเข้าสูงถึง 320 ล้านลิตร
- วันที่ 19 มีนาคม 126 ล้านลิตร
- วันที่ 20 มีนาคม อีกจำนวน 276 ล้านลิตร
สำหรับกระแสข่าวเรื่องน้ำมันไม่เพียงพอในบางพื้นที่นั้น อาจเกิดจากปัจจัยด้านการจัดส่งที่ล่าช้าในบางช่วง เนื่องจากความต้องการใช้ (Demand) เพิ่มสูงขึ้นประกอบกับการแห่ไปใช้บริการในบางจุด
"สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันในปัจจุบันยังถือว่าใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต เนื่องจากผู้ประกอบการมีการทำสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว และประเทศไทยมีการกระจายแหล่งนำเข้าจากหลายแหล่ง ไม่ได้พึ่งพาเพียงแหล่งเดียวจากตะวันออกกลาง แต่มีการนำเข้าผ่านสิงคโปร์และแหล่งอื่นๆ ด้วย"
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพด้านพลังงานมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา และลาว คือการที่ไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตัวเอง เช่น โรงกลั่นบางจากและไทยออยล์ ทำให้ไทยเน้นการนำเข้าน้ำมันดิบมาเพื่อกลั่นเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินใช้เองภายในประเทศ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีโรงกลั่นต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยบางพื้นที่ในกัมพูชามีรายงานว่าราคาน้ำมันพุ่งสูงถึงลิตรละ 200 บาท
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะชายแดนทางใต้ที่ราคาน้ำมันในมาเลเซียเคยต่ำกว่าไทย แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป รวมถึงราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ที่สูงกว่าไทย ทำให้กรมศุลกากรต้องปรับเปลี่ยนมาตรการตรวจสอบ จากเดิมที่เน้นป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน มาเป็นการเฝ้าระวังการลักลอบส่งออกแทน
ล่าสุด กรมศุลกากรได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและกรมสรรพสามิต เข้าตรวจสอบและจับกุมการกระทำผิดในพื้นที่ชายแดน เช่น ที่แม่สอด เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำเรื่องความเข้มงวดตามแนวชายแดน
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันรถบรรทุกที่สูงขึ้น กรมศุลกากรยังมีนโยบายอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การอนุญาตให้ทำใบขนสินค้าและชำระภาษีล่วงหน้าก่อนของมาถึง เพื่อให้สินค้าสามารถผ่านด่านได้ทันที (Green Line) ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและค่าธรรมเนียมในท่าเรือได้อีกทางหนึ่ง






