
รัฐบาลสั่งรับมือเอลนีโญ ลุยช่วยภัยแล้งแล้ว 21,600 ครัวเรือน
รัฐบาลเร่งเดินหน้ารับมือภัยแล้งเชิงรุก หลังเอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ผนึกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ พร้อมเตือนเกษตรกรงดนาปรังรอบ 2 ล่าสุดช่วยเหลือประชาชนแล้วกว่า 21,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการน้ำและรับมือสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
- กรมชลประทานออกมาตรการเชิงรุก ขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนาปรังรอบที่ 2 และส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย
- กรมทรัพยากรน้ำได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 21,600 ครัวเรือนในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงสถานการณ์ภัยแล้ง
โดยบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลประชาชนและภาคการเกษตรอย่างใกล้ชิด
นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากสถานการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กรมชลประทานได้ออกมาตรการเชิงรุก ขอความร่วมมือเกษตรกรวางแผนเพาะปลูกอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการงดทำนาปรังรอบที่ 2 เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของผลผลิต
พร้อมแนะนำให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้นที่ทนแล้งได้ดี ควบคู่กับการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำระดมสรรพกำลังลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกินน้ำใช้ สนับสนุนระบบประปาหมู่บ้าน และสำรองน้ำต้นทุนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ การช่วยเหลือครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ ลำปาง นครสวรรค์ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา จันทบุรี นครศรีธรรมราช พิษณุโลก ชุมพร กระบี่ และอุบลราชธานี โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แจกจ่ายน้ำสะอาด และสนับสนุนภารกิจภาคสนามอย่างครบวงจร ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง
ล่าสุด กรมทรัพยากรน้ำสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้แล้วกว่า 21,600 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประชาชนกว่า 43,200 คน สะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง และเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม
รัฐบาลยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในช่วงวิกฤตภัยแล้ง ลดผลกระทบต่อภาคการเกษตร และเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว







