
ป.ป.ช. ชงรัฐบาลล้อมคอกป้องกันทุจริตใช้ประโยชน์ ‘ที่ราชพัสดุ’
สำนักงาน ป.ป.ช. เสนอรัฐบาลไฟเขียว เสนอมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ใน ‘ที่ราชพัสดุ’ ป้องกันการทุจริตเจ้าหน้าที่ของรัฐ ล่าสุดครม.เห็นชอบแล้ว
KEY
POINTS
- ป.ป.ช. เสนอมาตรการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
- ข้อเสนอดังกล่าวเกิดจากการพบปัญหาความเสี่ยงทุจริตหลายประการ เช่น การบุกรุก, การจัดหาประโยชน์โดยมิชอบ, การคัดเลือกเอกชนที่ไม่โปร่งใส และการกำกับดูแลที่หละหลวม ซึ่งสร้างความเสียหายและทำให้รัฐสูญเสียรายได้
- มาตรการที่เสนอมีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ แก้ปัญหาการบุกรุก และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เสนอมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ
โดยเฉพาะการป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้
สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุ เหตุผลความจำเป็นที่ต้องเสนอครม.ว่า ปัจจุบัน “ที่ราชพัสดุ” ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องด้วยพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 ได้จำแนกที่ราชพัสดุออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด ที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ และเป็นที่ดินที่สงวนหรือหวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ของทางราชการตามกฎหมาย
โดยที่ราชพัสดุมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการในการปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจ และสามารถนำที่ราชพัสดุมาจัดสวัสดิการได้ โดยแบ่งเป็นการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการและการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ
นอกจากนี้ กรณีที่ราชพัสดุ แปลงใดไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทางราชการหรือมิได้สงวนไว้เพื่อประโยชน์ในราชการ กรมธนารักษ์จะนำมาจัดหาประโยชน์โดยการจัดให้เช่าหรือโดยวิธีการจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นได้ จากข้อมูลของกรมธนารักษ์ พบว่า ที่ราชพัสดุทั่วประเทศมีพื้นที่ประมาณ 12 ล้านไร่ และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมธนารักษ์สามารถ จัดเก็บรายได้จากภารกิจด้านที่ราชพัสดุได้จำนวน 14,453 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเรื่องกล่าวหาร้องเรียนและข่าวกรณีประเด็นปัญหาที่เสี่ยงต่อการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยพบว่า อาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยอาจใช้ช่องว่างทางกฎหมายหรือมีส่วนร่วมในการทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบหรือเอื้อประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใดได้ อาทิ
ปัญหาการบุกรุกและจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยมิชอบ โดยปรากฏเรื่องร้องเรียนในการปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุกที่ราชพัสดุและไม่ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้บุกรุกที่ราชพัสดุ และมีการนำที่ราชพัสดุไปให้บุคคลภายนอกจัดหาประโยชน์โดยการเช่าโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ปัญหาการนำที่ราชพัสดุที่ไม่เหมาะสมไปดำเนินการใช้และจัดหาประโยชน์ ปัญหาการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจที่อาจมีผลประโยชน์เชิงธุรกิจมากกว่าการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ ปัญหาและความเสี่ยงต่อความโปร่งใสในการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกิน 500 ล้านบาท
รวมทั้งพบปัญหาการกำกับดูแลการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เช่น การดำเนินการผิดวัตถุประสงค์การเช่า การจัดเก็บค่าเช่า ไม่ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ที่ดินของรัฐประเภทที่ราชพัสดุได้รับ ความเสียหาย และขาดโอกาสในการนำที่ราชพัสดุไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการหรือนำไปจัดหา ประโยชน์เพื่อเกิดรายได้ต่อรัฐ ส่งผลให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้อันควรจะได้รับเป็นจำนวนมาก
ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว เห็นสมควรเสนอมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เพื่อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
รวมทั้งเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทาง ให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้
อย่างไรก็ตามมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการใช้ประโยชน์และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งนี้ เชื่อว่า จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพย์สินของแผ่นดินให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โดยการวางหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และมาตรการกำกับดูแลที่มี มาตรฐานชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้นอกจากจะช่วยลดโอกาสการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบและความเสี่ยง ด้านผลประโยชน์ทับซ้อนในกระบวนการคัดเลือกเอกชนแล้ว ยังเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่และการใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ให้ถูกต้องครบถ้วน







