สคทช. รื้อกฎหมายใหญ่ แก้ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย-ที่ทำกิน ทั้งระบบ

03 ม.ค. 2569 | 13:10 น.

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายฉบับใหญ่ แก้ปมปัญหาที่ดินหลายจุด ทั้งแนวเขตที่ดิน 1:4000 ที่อยู่อาศัย-ที่ทำกินประชาชน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

KEY

POINTS

  • สคทช. เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 หลังบังคับใช้ครบกำหนดตามกฎหมาย
  • กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการที่ดินทั้งระบบ เช่น แนวเขตทับซ้อนและความขัดแย้ง โดยตั้ง คทช. เป็นกลไกกลางในการบูรณาการนโยบาย
  • การประเมินผลครั้งนี้มุ่งหวังให้การจัดสรรที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ทำกินมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาได้จัดสรรที่ดินให้ประชาชนแล้วกว่า 5.9 ล้านไร่

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ซึ่งครบกำหนดที่ต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 กำหนดไว้แล้ว

ทั้งนี้ สคทช. ระบุว่า พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการที่ดินของประเทศไทย ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับ หน่วยงานของรัฐ และคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมถึงการมีแนวเขตที่ดินที่ไม่ชัดเจน ทำให้การบริการจัดการที่ดินขาดความเป็นเอกภาพ มีการทับซ้อนแนวเขตระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกัน และเกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชนในพื้นที่

กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดกลไกสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินนโยบายด้านที่ดิน รวมหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนและกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินในภาพรวม

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีกลไกในการจัดที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน การพิสูจน์สิทธิในที่ดิน การจัดทำแผนที่เพื่อปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการในมาตราส่วน 1:4000 ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาอยู่ กฎหมายฉบับนี้จึงมีความสอดคล้องกับสภาพการณ์และวิถีชีวิตของประชาชน

นอกจากนี้ การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยกรดินยังเป็นเรื่องที่มีผลกระทบสำคัญในด้านต่าง ๆ อาทิการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรมในสังคม การแข่งขันหรือการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือสุขภาวะ

ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด สมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง จึงต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายฉบับนี้ และจะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม สคทช. รายงานผลการดำเนินงานระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2558-2567 ว่ามีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย จำนวนทั้งสิ้น 1,594 พื้นที่ ใน 73 จังหวัด รวมเนื้อที่ประมาณ 5,924,671 ไร่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ป่าสงวนแห่งชาติ มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 697 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 464 พื้นที่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้ว 82,936 ราย (104,186 แปลง) และมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 189 พื้นที่

2.ป่าชายเลน มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 546 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 98 พื้นที่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้ว 3,377 ราย (3,463 แปลง) และมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 93 พื้นที่

3.ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 56 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 23 พื้นที่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้ว 1,539 ราย (2,175 แปลง) และมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 29 พื้นที่

4.ที่ดินสาธารณะประโยชน์ มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 106 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 11 พื้นที่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้ว 2,561 ราย (3,130 แปลง) และมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 23 พื้นที่

5.ที่ราชพัสดุ มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 11 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 4 พื้นที่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้ว 120 ราย (161 แปลง) และมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 5 พื้นที่

6.ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคมสร้างตนเอง มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 27 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 21 พื้นที่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้ว 1,441 ราย (1,601 แปลง) และมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว 18 พื้นที่

7.ป่าไม้ถาวร มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 1 พื้นที่

8.นิคมสหกรณ์ มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 6 พื้นที่

9.ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้รับการเห็นชอบแล้ว 1 พื้นที่