thansettakij
thansettakij
รัฐอัดสินเชื่อสีเขียว กู้ 30 ล้าน ดอกเบี้ย 3% ดัน EV ฝ่าวิกฤตราคาพลังงานพุ่ง

รัฐอัดสินเชื่อสีเขียว กู้ 30 ล้าน ดอกเบี้ย 3% ดัน EV ฝ่าวิกฤตราคาพลังงานพุ่ง

15 เม.ย. 69 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :15 เม.ย. 69 | 03:54 น.

ฝ่าวิกฤตพลังงาน คลังผนึกแบงก์รัฐ อัดสินเชื่อสีเขียว ดันสินเชื่อเพื่อธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ชู SME D BANK ให้กู้ 30 ล้าน ดอกเบี้ย 3%

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานโลกพุ่งสูง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพในประเทศ รัฐบาลไทยเร่งออกมาตรการทางการเงินเพื่อประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการให้ปรับตัวสู่ “เศรษฐกิจพลังงานใหม่” ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการผลักดันสินเชื่อเพื่อธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารของรัฐ เดินหน้าอัดฉีดสภาพคล่องผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ โครงการ “สินเชื่อ SME Green Productivity” ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้ลงทุนในเทคโนโลยีลดใช้พลังงานและพลังงานทดแทน โดยครอบคลุมถึงการปรับไลน์การผลิตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ

โครงการดังกล่าวเปิดให้สินเชื่อวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก นับเป็นต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ ช่วยจูงใจให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ หันมาลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ทั้งการผลิตชิ้นส่วน EV ระบบแบตเตอรี่ หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมถึงธุรกิจที่ต้องการติดตั้งระบบพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ เพื่อลดต้นทุนระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในช่วงที่ราคาพลังงานยังมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินยังได้ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ “GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย” วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการปรับตัวสู่ธุรกิจยุคใหม่ รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาด ซึ่งสอดรับกับทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทย

ภาพรวมมาตรการของภาครัฐในครั้งนี้ สะท้อนการวางรากฐานระยะยาวให้เศรษฐกิจไทยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมอนาคต โดยเฉพาะ “ยานยนต์ไฟฟ้า” ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่