
รัฐบาลสรุปผลการต่างประเทศ-ความมั่นคง รอบสัปดาห์ เดินหน้ายุบ MOU44
โฆษกรัฐบาล สรุปผลการต่างประเทศและความมั่นคง ในรอบสัปดาห์ กระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน สร้างความมั่นคงชายแดนไทย พร้อมยกเลิก MOU44 และวาง 5 แนวทางจัดการชายแดนใต้
KEY
POINTS
- รัฐบาลสรุปผลด้านการต่างประเทศและความมั่นคงรอบสัปดาห์ โดยเรื่องสำคัญ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 กับกัมพูชา และจะใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นกรอบเจรจาใหม่
- ขณะเดียวกัน สมช. เห็นชอบ 5 แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรวมถึงการยกระดับความร่วมมือไทย-มาเลเซีย และการแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติสุข
- ส่วนด้านการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์
25 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการขับเคลื่อน นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
การยกเลิก MOU44
ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้สานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติ “ยกเลิก MOU44” เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า การเจรจาภายใต้กรอบดังกล่าวไม่สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
จึงเห็นควรยกเลิกและกำหนดกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับมติสมช. ให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU 44 และให้ใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นกรอบในการดำเนินการแทน ทางกองทัพเรือได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนว่า การยกเลิกMOU ดังกล่าวไม่เป็นข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลแต่อย่างใด
โดย พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวว่า MOU 44 เป็นเพียง “กลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐ” มิใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเล ไม่ว่ากรอบดังกล่าวจะมีอยู่ ปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือยังคงดำเนินภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยไม่ลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ถึงความพร้อมของกำลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการทุกประการตั้งอยู่บนหลักความรอบคอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ขณะเดียวกันยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ไม่ยั่วยุ แต่พร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของชาติอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม
“ในเรื่องการใช้กฏหมายทางทะเลนั้นกองทัพเรือเป็นหน่วยงานสำคัญทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ และข้อเท็จจริงเชิงเทคนิค และทุกอย่างตรวจสอบได้ เพื่อให้การเจรจาดำเนินการมีความชัดเจนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย” นางสาวรัชดา กล่าว
บริหารจัดการชายแดนภาคใต้
ขณะเดียวกันที่ประชุม สมช. ได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การเพิ่มศักยภาพอาสาสมัคร การยกระดับความร่วมมือไทย–มาเลเซียในทุกมิติ การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนพิเศษของรัฐบาล
ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่ประสาน เชื่อมโยง และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่
หวัง อี้ เยือนประเทศไทย
ด้านการต่างประเทศ รัฐบาลยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ให้การต้อนรับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในโอกาสเยือนไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ทั้งสองได้หารือร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเห็นพ้องยกระดับการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
“รัฐบาลย้ำบทบาทการต่างประเทศที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่แถลงไว้และทำจริง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับการคลี่คลายความขัดแย้งและยกระดับความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” โฆษกรัฐบาล กล่าว







