
มติ สมช.ยกเลิก MOU 44 ใช้กลไก UNCLOS แทน ชงครม.เร็วที่สุด
นายกฯ เผย ที่ประชุม สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 เหตุไร้ความคืบหน้า และหันใช้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทน กระทรวงการต่างประเทศเตรียมเสนอ ครม.โดยเร็ว ขณะ
KEY
POINTS
- ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544
- ให้ปรับมาใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทน เนื่องจาก MOU เดิมไม่มีความคืบหน้า
- เตรียมนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 23 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการพูดคุยสันติสุขชุดใหม่ โดยมีนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นประธาน
ในประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เสนอเรื่องยกเลิก MOU 44 ต่อที่ประชุม สมช. และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยยืนยันจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว พร้อมปรับมาใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แทน
ทั้งนี้ การยกเลิกจะครอบคลุมเฉพาะ MOU 44 โดยใช้อำนาจ ครม. และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ MOU 43
ด้าน พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ระบุว่า ที่ประชุมเห็นควรยกเลิก MOU 44 เนื่องจากใช้มานานแต่ไม่มีความคืบหน้า ขณะที่กัมพูชาได้เข้าเป็นภาคี UNCLOS แล้ว ทำให้สามารถใช้เวทีระหว่างประเทศในการหารือเพื่อประโยชน์ร่วมกันได้
สำหรับแนวทางหลังการยกเลิก จะใช้หลักกฎหมายสากลภายใต้ UNCLOS ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิก โดยกองทัพเรือในฐานะหน่วยปฏิบัติยืนยันความพร้อมดำเนินการทันทีเมื่อรัฐบาลกำหนดนโยบายชัดเจน และหากเกิดข้อโต้แย้ง จะใช้กลไกระหว่างประเทศเป็นช่องทางในการเจรจาต่อไป
ต่อมา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 2/ 2569 ว่า ที่ประชุทได้มีมติ "ยกเลิก MOU44" ตามนโยบายรัฐบาล ด้วยเหตุผล ดังนี้
1. MOU44 เป็นกรอบการเจรจาการบริหารทรัพยากรร่วมกัน ที่อยู่ใต้ทะเล ระหว่างไทย กัมพูชา แต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจากันเพียง 5 ครั้ง และไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ ตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ และไม่มีแนวทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนา และบริหารทรัพยากรร่วมกันได้
2. การยกเลิก MOU44 เพื่อเป็นการยุติการเจรจาตามกรอบ MOU44 หาก ฝ่ายกัมพูชา ยังคงต้องการ หรือเห็นประโยชน์จากการพัฒนา และบริหารทรัพยากรใต้ทะเล ร่วมกับไทย อีก ขอให้แสดงเจตนารมณ์ หรือแจ้งมาให้ทราบ เพื่อที่จะได้จัดกรอบการเจรจากันใหม่ ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล เช่นที่ผ่านมา
3. ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง ไทย กัมพูชา หลายครั้ง ในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการทำ MOU44 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และไม่บรรลุเป้าหมายของ MOU44 ที่กำหนดไว้ และหากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีอยู่เช่นปัจจุบันนี้ การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเล ร่วมกัน เป็นเรื่องที่ยาก หลักการสำคัญ คือต้องตกลงเขตแดนทางทะเล ให้ได้ก่อน แล้วจึงหาแนวทางพัฒนา และบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจและแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
นางสาวรัชดา กล่าวว่า การมี MOU44 อายุ 25 ปี เจรจากันเพียง 5 ครั้ง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ย่อมแสดงให้เห็นว่า MOU ฉบับนี้ ไม่อาจนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ การมีอยู่ของ MOU44 นอกจากจะไม่สร้างประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดความหวาดระแวง ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ อีกด้วย จึงเห็นควรที่ต้องยกเลิก และวางกรอบการเจรจากันใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้เป็นประโยชน์ได้จริง
โฆษกรัฐบาล ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา โดยกล่าวถึงนโยบายด้านการการต่างประเทศและความมั่นคงของไทย ในหัวข้อที่ 9 ประเด็นการส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและการแก้ไขปัญหาข้ามแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย
ทั้งนี้นายกฯ ย้ำชัดว่า มุ่งสานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544 และในวันนี้ ที่ประชุม สมช. ก็มีมติเห็นชอบด้วยแล้ว
สำหรับขั้นตอนหลังจาก สมช. มีมติในวันนี้แล้ว จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และมีมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป






