
‘อนุทิน’ เปิดทำเนียบรับ ‘หวัง อี้’ ถกประเด็นใหญ่ความสัมพันธ์ไทย-จีน
นายกฯ ‘อนุทิน’ เปิดทำเนียบรับ “หวัง อี้” รมว.การต่างประเทศจีน จัดเลี้ยงทุเรียน–ข้าวหลาม พร้อมหารือกระชับสัมพันธ์ไทย-จีน ย้ำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ หนุนแผนพัฒนาร่วมที่มีศักยภาพ พร้อมมุ่งปราบสแกมเมอร์
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เพื่อหารือกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
- ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และจะผลักดันการจัดทำ "แผนปฏิบัติการร่วม" เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลเป็นรูปธรรม
- มีการหารือในประเด็นสำคัญหลายด้าน เช่น การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์
24 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้จัดเลี้ยงทุเรียนและข้าวหลาม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนายหวัง อี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนว่าภายหลังจากการเสด็จฯ เยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
ได้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน และหวังว่าจีนจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาของไทยในทุกมิติ บนพื้นฐานของความเป็น “บ้านพี่เมืองน้อง” ซึ่งมีทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกัน
ด้านนายหวัง อี้ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศของรัฐบาลไทย และมั่นใจว่าความสัมพันธ์ไทย – จีน จะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันนายหวัง อี้ ยังได้ถ่ายทอดความปรารถนาดีจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และครอบครัว ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมย้ำว่า จีนเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไทยสามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การยกระดับความสัมพันธ์ไทย – จีน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจะผลักดันการจัดทำ “แผนปฏิบัติการร่วม” (Action Plan) ที่สอดประสานกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ
2. การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง
ฝ่ายจีนได้เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เยือนไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับในหลักการและอยู่ระหว่างการจัดกำหนดการ
3. สถานการณ์ไทย –กัมพูชา
นายหวัง อี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มที่ดีขึ้น และแสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะมีพัฒนาการที่ดีในเร็ววัน โดยไทยย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน
4. ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแนวทางแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน
5. การต่อยอดความร่วมมือเชิงรูปธรรมผ่านกลไกและกิจกรรมร่วม
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือให้ก้าวไปสู่การดำเนินการเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงในเชิงนโยบาย แต่รวมถึงการขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือ การประชุม และกิจกรรมร่วมในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
“การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและความไว้วางใจในระดับสูงระหว่างไทยกับจีน ซึ่งไม่เพียงเป็นความสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ แต่ยังมุ่งสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาวอีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว
อย่างไรก็ตามภายหลังการหารือเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรี ได้เชิญนายหวัง อี้ ขึ้นรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว โดยนายกฯ เป็นผู้ขับรถยนต์ด้วยตัวเอง เพื่อพารมว.การต่างประเทศของจีน ไปรับประทานอาหารกลางวันด้านนอกทำเนียบรัฐบาล







