
นายจ้างหวั่น 'วิกฤตตลาดแรงงาน' หากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ยืดเยื้อ
นายจ้าง นับถอยหลัง 'วิกฤตตลาดแรงงาน' หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ กระทบเสถียรภาพการจ้างงาน เศรษฐกิจครึ่งปีหลังแน่นอน
KEY
POINTS
- นายจ้างกังวลว่าหากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการจ้างงานและเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
- ปัจจุบันตลาดแรงงานยังไม่ได้รับผลกระทบที่ชัดเจน เนื่องจากภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการพยุงการจ้างงาน
- แม้ภาพรวมยังไม่น่าห่วง แต่เริ่มมีสัญญาณเตือนจากการจ้างงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ที่ปรับตัวลดลงในช่วง 2 เดือนแรกของปี
ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยถึง ตลาดแรงงานกับวิกฤตพลังงาน ว่า วิกฤตพลังงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งด้านการบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายภาครัฐรวมถึงการส่งออกและนำเข้า เกี่ยวข้องกับการจ้างงานของแรงงานในระบบและนอกระบบรวมกันมากกว่า 21 ล้านคน ตัวเลขนี้ยังไม่รวมแรงงานภาคเกษตร ภาคการศึกษา ภาคสาธารณสุข ตลอดจนบุคลากรภาครัฐ
สำหรับสถานภาพตลาดแรงงานของไทยมีภูมิคุ้มกันจากการว่างงานที่อยู่ในอัตราต่ำ ทำให้ที่ผ่านมายังไม่เห็นการเลิกจ้างหรือลดกำลังคน แต่เริ่มมีสัญญานการจ้างงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 1.128 แสนคน
อย่างไรก็ดีจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ตลาดแรงงานของไทยยังไม่มีผลกระทบชัดเจน โดยมีเหตุผลสำคัญการส่งต่อต้นทุนโลจิสติกส์และต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียมอยู่ในช่วงปรับราคา เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลโดยกองทุนน้ำมันอุ้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล B7 ทำให้การส่งต่อราคาเริ่มชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม และกระทรวงพาณิชย์มีการควบคุมราคา อีกทั้งตลาดมีความอ่อนไหวทำให้ทั้งภาคการผลิตและบริการไม่สามารถปรับราคาสินค้าสะท้อนต้นทุนจริง
นอกจากนี้ปัจจัยที่พยุงตลาดแรงงานของไทยคือภาคการส่งออกและนำเข้าเกี่ยวข้องกับการจ้างงานเกือบสองในสามของประเทศ ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกเชิงเหรียญสหรัฐขยายตัวสูงถึงร้อยละ 16.96 (หากเป็นเงินสกุลบาทขยายตัวได้ร้อยละ 6.67) เป็นการขยายตัวของภาคการผลิตสูงถึงร้อยละ 21.3
ขณะที่ภาคเกษตรและเกษตรแปรรูปหดตัวร้อยละ 2.7 – 5.0 ด้านการนำเข้าในช่วงเวลาเดียวกัน ขยายตัวร้อยละ 31.8 เนื่องจากราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้การนำเข้าเชื้อเพลิงขยายตัวร้อยละ 21.52 แนวโน้มภาคส่งออกและนำเข้ายังเป็นหัวจักรสำคัญของตลาดแรงงานในช่วงที่ผ่านมาจนถึงหลังสงกรานต์
โดยการส่งออกยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร แผงวงจรไฟฟ้า ตลอดจนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีการส่งออกเพื่อสำรองสต็อกสินค้าประเภทเหล่านี้ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 33 – 58
ด้านภาคการนำเข้ายังคงขยายตัวได้ดี เนื่องจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของไทยมีการตุนสำรองสินค้าคงคลังโดยเฉพาะวัตถุดิบ-สินค้ากึ่งสำเร็จรูปช่วงที่ผ่านมาขยายตัวสูงถึงมากกว่าร้อยละ 50
ดร.ธนิต กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการส่งต่อต้นทุนไปสู่ผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงปรับตัว ทำให้ยังไม่เห็นภาพชัดเจนของเงินเฟ้อ ผลคือการจับจ่ายใช้สอยถึงแม้จะลดลง แต่ยังไม่มีผลต่อกำลังการผลิตอุตสาหกรรม ตลอดจนโซ่อุปทานทั้งภาคการผลิตและบริการ ตลาดแรงงานยังไม่ได้รับกระทบอย่างเป็นนัย
แต่หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่จบและยืดยาวออกไป กรณีนี้ย่อมมีผลต่อเสถียรภาพการจ้างงานและเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอย่างแน่นอน







