

KEY
POINTS
ดร. พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล นภพบ ทองระย้า ทีม Big Data ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน ใครอยู่ ใครไป พบว่า ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่จากการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) โดยภาพรวมความต้องการจ้างงานในช่วงปี 2567–2568 ปรับตัวลดลงถึง 9.6% ขณะที่ทักษะด้าน AI กลับกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ที่นายจ้างต้องการอย่างเร่งด่วน
โดยกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงที่สุดคือ นักออกแบบกราฟิก ซึ่งมียอดรับสมัครงานลดลงถึง 13% เนื่องจากความก้าวหน้าของ AI เช่น Nano Banana ของ Google Gemini ที่สามารถสร้าง Infographic พร้อมจัดวางตัวอักษรได้สมบูรณ์ในเวลาไม่กี่นาที ทำให้งานกราฟิกพื้นฐานถูก AI แย่งงานอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนกลุ่มที่ยังแข็งแกร่ง คือ นักบัญชี ซึ่งมีความต้องการจ้างงานเติบโตสวนกระแสถึง 7% และวิศวกรโยธา เนื่องจากทั้งสองอาชีพนี้ต้องอาศัยความรับผิดชอบทางกฎหมาย การตรวจสอบความถูกต้อง และการตัดสินใจเชิงวิชาชีพที่ AI ยังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ในขณะนี้
ขณะที่กลุ่มวิศวกรซอฟต์แวร์ แม้ความต้องการจ้างงานจะลดลงเล็กน้อย (5.3%) แต่ทักษะ AI กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยมีประกาศงานที่ต้องการทักษะนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว (94.6%)
นอกจากนี้ พบว่าวิกฤติเด็กจบใหม่ นั้นมีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากองค์กรต่างๆเริ่มต้องการแค่ คนตรวจงานที่ทำจาก AI ดังนั้นประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ปรากฏการณ์ความลำเอียงต่อผู้มีประสบการณ์(Seniority Bias) โดยผลการศึกษาพบว่านายจ้างมักเรียกหาแรงงานที่มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไปเพื่อมาใช้งาน AI เนื่องจากองค์กรต้องการคนที่สามารถตรวจสอบความถูกต้อง (Validation) และจัดการกับข้อผิดพลาดของ AI ได้ทันที มากกว่าที่จะจ้างเด็กจบใหม่มาฝึกฝนทักษะนี้คู่กับการเรียนรู้ AI ไปด้วย
โดยภาวะดังกล่าวส่งผลให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่เรียกว่าท่อส่งกำลังคน (Talent Pipeline) เสียหาย ในระยะยาว หากแรงงานรุ่นใหม่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อสะสมประสบการณ์ได้ ประเทศไทยจะเผชิญกับวิกฤติขาดแคลนแรงงานทักษะสูงอย่างรุนแรงเมื่อคนรุ่นเก่าเกษียณไป