thansettakij
thansettakij
ส่อวุ่น รถเก่าแลกรถใหม่ ค่ายญี่ปุ่นริเริ่มหวังดันปิกอัพ-ไฮบริด แต่ EV จีนขอเอี่ยว

ส่อวุ่น รถเก่าแลกรถใหม่ ค่ายญี่ปุ่นริเริ่มหวังดันปิกอัพ-ไฮบริด แต่ EV จีนขอเอี่ยว

17 เม.ย. 69 | 08:49 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 04:18 น.

กระทรวงการคลังเร่งศึกษา รถเก่าแลกรถใหม่ ที่ค่ายญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่มหวังดันยอดขายปิกอัพ-รถไฮบริด แต่สุดท้าย EV จีนอาจจะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

KEY

POINTS

  • มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ ถูกริเริ่มโดยค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น เพื่อหวังกระตุ้นยอดขายรถปิกอัพ และไฮบริดที่กำลังซบเซา
  • ภาครัฐเตรียมผลักดันมาตรการดังกล่าว แต่มุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า EV และไฮบริด เพื่อลดการใช้น้ำมัน และแก้ปัญหามลพิษ
  • เงื่อนไขต่างๆ ยังไม่มีความชัดเจน ทั้ง อายุรถเก่า วงเงินสนับสนุน และการนำรถเก่าไปทำลาย

ตามที่กระทรวงการคลัง มอบหมายให้กรมสรรพสามิต ศึกษามาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ปี 2569 หลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามตะวันออกกลาง โดยรถใหม่ที่เข้าโครงการจะต้องเป็นรถประหยัดพลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับ มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ปี 2569 ว่า เตรียมผลักดันอย่างจริงจัง โดยกระทรวงการคลังกำลังศึกษาถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ และจะมุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้า EV และ Hybrid ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซ CO2 และ PM 2.5

หากย้อนไปในปี 2568 สมัยที่นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยมีแนวคิดรถเก่าแลกรถใหม่ เช่นกัน แต่เน้นไปที่รถปิกอัพที่อายุ 20-25 ปี ให้นำมาแลกรถคันใหม่ เป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขายรถปิกอัพที่ตกต่ำ และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 แต่สุดท้ายมาตรการนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและโตโยต้า ต่างเรียกร้องรัฐบาลถึงมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพใหญ่ เนื่องจากยอดผลิตและยอดขายลดลงอย่างมาก จนกระทบซัพพลายเชน และแรงงานกว่า 8 แสนอัตรา (รวมซัพพลายเออร์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง)

สำหรับโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เคยเสนอให้รัฐบาลมีแผนระยะกลาง และระยะยาว ในการสนับสนุนการผลิตรถยนต์กลุ่มที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นั่นคือ รถปิกอัพ พร้อมการออกมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมในระยะสั้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังประสบความยากลำบาก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโครงการรถเก่าแลกรถใหม่

นั่นหมายความว่าไอเดียรถเก่าแลกรถใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดยกลุ่มอุตสากรรมยานยนต์ไทย ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล นำเสนอกรอบหลักเกณฑ์การดำเนินการ มาอย่างต่อเนื่องแล้ว เพียงแต่ไม่ได้มุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้า EV เนื่องจากที่ผ่านมา โครงการ EV 3.0 และ EV3.5 รถกลุ่มนี้ได้ประโยชน์ไปมหาศาล (ยังมีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอีก)

ขณะเดียวกัน บรรดาค่ายรถจีน ยังสามารถลดราคาแข่งขันกันอย่างดุเดือด ส่งผลให้ยอดขายต่อปีเกิน 1.3 แสนคัน (ปี 2568) กระทบต่อยอดขายรถญี่ปุ่น ที่มีฐานการผลิตใหญ่ในไทย ซึ่งสวนทางกับนโยบายล่าสุดของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ปี 2569 จะต้องมี EV รวมอยู่ด้วย

ส่อวุ่น รถเก่าแลกรถใหม่ ค่ายญี่ปุ่นริเริ่มหวังดันปิกอัพ-ไฮบริด แต่ EV จีนขอเอี่ยว

ขณะที่กรมสรรพสมิต ยืนยันว่า กำลังวางกรอบของมาตรการนี้ ทั้งอายุรถเก่าที่เข้าเกณฑ์ งบประมาณที่ใช้ การสนับสนุนเงินต่อรถหนึ่งคันเท่าไหร่ ประเภทรถจะครอบคลุมรถ ICE หรือ รถปิกอัพด้วยหรือไม่ ตลอดจนการบริหารจัดการรถเก่าที่เข้ามา Trade in จะนำไปกำจัด หรือจัดการอย่างไร

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เปิดเผยว่า มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ ยังมีความซับซ้อน ขึ้นอยู่กับว่า ภาครัฐในวันนี้จะให้น้ำหนักไปทางไหน เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมในภาพใหญ่ กระตุ้นยอดขายรถในประเทศ การรักษาสภาพแวดล้อม หรือการลดการใช้น้ำมัน

“จากยอดจองในงานบางกอก มอเตอร์โชว์กว่า 1.3 แสนคัน ในจำนวนนี้เป็น EV 70-80% นั่นหมายความว่าถ้าปล่อยให้กลไกตลาดดำเนินไปเอง ในยุคน้ำมันแพง ผู้คนก็หันไปหา EV มากขึ้นอยู่แล้ว ไม่ต้องมีมาตรการใดมาบิดเบือนตลาด และสิ่งที่สำคัญอีกประการคือ อายุรถที่จะเข้าโครงการกำหนดไว้ว่าเก่าแค่ไหน เพราะบางรุ่นเก่ากว่า 10 ปี ทุกวันนี้ยังมีมูลค่าในตลาด เงินสนับสนุนจะจูงใจเพียงพอให้เปลี่ยนรถหรือไม่ และคนกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการผ่อนชำระ หรือผ่านไฟแนนซ์ไหม ในยุคที่ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงอยู่แล้ว” แหล่งข่าว กล่าว