thansettakij
thansettakij
อาเซียนเร่งรวมพลังการเงิน สู้โลกผันผวน ดันชำระเงิน-ตลาดทุนไร้รอยต่อ

อาเซียนเร่งรวมพลังการเงิน สู้โลกผันผวน ดันชำระเงิน-ตลาดทุนไร้รอยต่อ

17 เม.ย. 69 | 08:06 น.
อัปเดตล่าสุด :17 เม.ย. 69 | 08:06 น.

ประชุมคลัง-แบงก์ชาติอาเซียน เห็นพ้องเร่งเสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เดินหน้าตลาดทุน-ระบบชำระเงิน-เข้าถึงการเงิน

เวทีการเงินอาเซียนส่งสัญญาณชัดถึงการ “เร่งปรับตัว” รับมือโลกผันผวน หลังการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (AFMGM) ครั้งที่ 13 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 9–10 เมษายน 2569 ได้ข้อสรุปสำคัญในการยกระดับความร่วมมือทางการเงินการคลังของภูมิภาค ท่ามกลางแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มีรัฐมนตรีคลังฟิลิปปินส์และผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์เป็นประธานร่วม ภายใต้แนวคิด “Navigating our Future, Together” โดยเน้นการสร้างอาเซียนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

สาระสำคัญจากการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (AFMM) ครั้งที่ 30 คือ การติดตามความคืบหน้าความร่วมมือด้านศุลกากรและภาษี รวมถึงความสำเร็จของความตกลง AAMRA ซึ่งช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน

ขณะเดียวกัน ระบบ ASEAN Single Window (ASW) มีความคืบหน้าในการเชื่อมโยงข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และเตรียมขยายความร่วมมือไปยังประเทศนอกอาเซียน

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ฝ่ายไทยได้สะท้อนมุมมองสำคัญว่า ภูมิภาคจำเป็นต้อง “พึ่งพาตนเองมากขึ้น” ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายของประเทศมหาอำนาจ และใช้โอกาสนี้เสริมสร้างความเชื่อมโยงและความยืดหยุ่นของอาเซียนในระยะยาว

ในมิติความร่วมมือกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ อาทิ IMF ธนาคารโลก และ ADB ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนทางการเงิน จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจและการคงวินัยการคลัง พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว

ฝ่ายไทยเน้นย้ำว่า การยกระดับประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐและการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค พร้อมเปิดทางให้ภาคเอกชนมีบทบาทผ่านกลไกการร่วมลงทุน (PPP) เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโต

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชิญชวนประเทศสมาชิกและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมการประชุม IMF และ World Bank Annual Meetings ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลก