thansettakij
thansettakij
IMF เตือนรัฐบาลอุดหนุนราคาน้ำมันทำเศรษฐกิจเปราะบางระยะยาว

IMF เตือนรัฐบาลอุดหนุนราคาน้ำมันทำเศรษฐกิจเปราะบางระยะยาว

25 มี.ค. 69 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 69 | 07:24 น.

IMF เตือนรัฐบาลทั่วโลกระวังกับดักอุดหนุนราคาน้ำมัน ชี้บิดเบือนกลไกตลาด สร้างภาระการคลังระยะยาว แนะปล่อยราคาพลังงานเป็นไปตามตลาดและมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยตรงแทน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือนประเทศต่างๆ ให้ระวังการใช้นโยบายอุดหนุนราคาพลังงานเพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวอาจบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงในระยะสั้น แต่แฝงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลังและเศรษฐกิจในระยะยาว

Dan Katz รองกรรมการผู้จัดการคนที่หนึ่งของ IMF กล่าวในการประชุม China Development Forum ว่า แม้รัฐบาลหลายประเทศมักเลือกใช้มาตรการควบคุมราคาพลังงานและโครงการอุดหนุนเพื่อปกป้องประชาชนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น แต่มาตรการเหล่านี้มีต้นทุนที่ซ่อนอยู่สูงกว่าที่เห็น

Dan Katz รองกรรมการผู้จัดการคนที่หนึ่งของ IMF

"มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันค่าครองชีพในระยะสั้นได้ก็จริง แต่มีต้นทุนทางการคลังสูง โดยเฉพาะในช่วงที่งบประมาณของหลายประเทศกำลังตึงตัวอยู่แล้ว" Katz กล่าว

บิดเบือนสัญญาณราคา ฉุดเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

IMF ชี้ให้เห็นว่าการอุดหนุนราคาพลังงานยังสร้างผลเสียเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากการกดราคาเชื้อเพลิงให้ต่ำกว่าความเป็นจริงจะทำให้สัญญาณราคาในตลาดถูกบิดเบือน ส่งผลให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจขาดแรงจูงใจในการลดการใช้พลังงานอย่างเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออุปสงค์พลังงานโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกยิ่งสูงขึ้นไปอีก และยืดระยะเวลาของวิกฤตพลังงานให้นานออกไปโดยไม่จำเป็น

แนะปล่อยให้ตลาดปรับราคาตามกลไก

IMF แนะนำว่าแนวทางที่ดีกว่าคือการปล่อยให้กลไกราคาทำงานตามปกติ โดยให้อุปสงค์ปรับตัวตอบสนองต่อราคาที่แท้จริง เพื่อให้การใช้พลังงานส่วนเพิ่มเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ หากรัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ควรมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางโดยตรงมากกว่าการอุดหนุนราคาในวงกว้าง

ทั้งนี้ Katz ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและสร้างนวัตกรรมรับมือกับวิกฤตได้อย่างอิสระ โดยระบุว่าประสบการณ์จากวิกฤตต่างๆ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนปรับตัวเองจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในภาพรวมได้ดีกว่าการแทรกแซงของรัฐในระยะสั้น

ธนาคารกลางชี้ "รอดูก่อน" ดีกว่าเร่งตัดสินใจ

ในส่วนของนโยบายการเงิน IMF แนะนำว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนปรับนโยบายในทันที โดยเฉพาะธนาคารกลางในประเทศที่มีเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่จัดการได้ ควรรอรับข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะปรับท่าทีนโยบายการเงินไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางในประเทศที่เงินเฟ้อยังสูงและความคาดหวังด้านราคายึดโยงไม่แน่น อาจต้องตอบสนองต่อสถานการณ์เร็วกว่า

IMF ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่ธนาคารกลางทุกแห่งต้องทำในขณะนี้คือการสื่อสารแนวทางนโยบายที่ชัดเจนต่อตลาด รวมถึงการวิเคราะห์เชิงสถานการณ์ เพื่อให้ตลาดรับรู้ถึงทิศทางที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา: IMF