
IMF เตือนรัฐบาลอุดหนุนราคาน้ำมันทำเศรษฐกิจเปราะบางระยะยาว
IMF เตือนรัฐบาลทั่วโลกระวังกับดักอุดหนุนราคาน้ำมัน ชี้บิดเบือนกลไกตลาด สร้างภาระการคลังระยะยาว แนะปล่อยราคาพลังงานเป็นไปตามตลาดและมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยตรงแทน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือนประเทศต่างๆ ให้ระวังการใช้นโยบายอุดหนุนราคาพลังงานเพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวอาจบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงในระยะสั้น แต่แฝงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการคลังและเศรษฐกิจในระยะยาว
Dan Katz รองกรรมการผู้จัดการคนที่หนึ่งของ IMF กล่าวในการประชุม China Development Forum ว่า แม้รัฐบาลหลายประเทศมักเลือกใช้มาตรการควบคุมราคาพลังงานและโครงการอุดหนุนเพื่อปกป้องประชาชนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น แต่มาตรการเหล่านี้มีต้นทุนที่ซ่อนอยู่สูงกว่าที่เห็น
"มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันค่าครองชีพในระยะสั้นได้ก็จริง แต่มีต้นทุนทางการคลังสูง โดยเฉพาะในช่วงที่งบประมาณของหลายประเทศกำลังตึงตัวอยู่แล้ว" Katz กล่าว
บิดเบือนสัญญาณราคา ฉุดเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า
IMF ชี้ให้เห็นว่าการอุดหนุนราคาพลังงานยังสร้างผลเสียเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากการกดราคาเชื้อเพลิงให้ต่ำกว่าความเป็นจริงจะทำให้สัญญาณราคาในตลาดถูกบิดเบือน ส่งผลให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจขาดแรงจูงใจในการลดการใช้พลังงานอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออุปสงค์พลังงานโดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกยิ่งสูงขึ้นไปอีก และยืดระยะเวลาของวิกฤตพลังงานให้นานออกไปโดยไม่จำเป็น
แนะปล่อยให้ตลาดปรับราคาตามกลไก
IMF แนะนำว่าแนวทางที่ดีกว่าคือการปล่อยให้กลไกราคาทำงานตามปกติ โดยให้อุปสงค์ปรับตัวตอบสนองต่อราคาที่แท้จริง เพื่อให้การใช้พลังงานส่วนเพิ่มเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ หากรัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ควรมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางโดยตรงมากกว่าการอุดหนุนราคาในวงกว้าง
ทั้งนี้ Katz ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่ภาคเอกชนสามารถปรับตัวและสร้างนวัตกรรมรับมือกับวิกฤตได้อย่างอิสระ โดยระบุว่าประสบการณ์จากวิกฤตต่างๆ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนปรับตัวเองจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในภาพรวมได้ดีกว่าการแทรกแซงของรัฐในระยะสั้น
ธนาคารกลางชี้ "รอดูก่อน" ดีกว่าเร่งตัดสินใจ
ในส่วนของนโยบายการเงิน IMF แนะนำว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนปรับนโยบายในทันที โดยเฉพาะธนาคารกลางในประเทศที่มีเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่จัดการได้ ควรรอรับข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะปรับท่าทีนโยบายการเงินไปในทิศทางใด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางในประเทศที่เงินเฟ้อยังสูงและความคาดหวังด้านราคายึดโยงไม่แน่น อาจต้องตอบสนองต่อสถานการณ์เร็วกว่า
IMF ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่ธนาคารกลางทุกแห่งต้องทำในขณะนี้คือการสื่อสารแนวทางนโยบายที่ชัดเจนต่อตลาด รวมถึงการวิเคราะห์เชิงสถานการณ์ เพื่อให้ตลาดรับรู้ถึงทิศทางที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่มา: IMF





