
ไทย–สิงคโปร์จับมือรับวิกฤติพลังงาน ดัน AI-โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนAI
'เอกนิติ' หารือสิงคโปร์บนเวที IMF-World Bank แลกมุมมองวิกฤติพลังงานโลก ชูความร่วมมืออาเซียนระยะยาว เดินหน้าพลังงาน-การเงินยุคใหม่
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารือทวิภาคีกับ Indranee Rajah รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและแนวทางรับมือวิกฤติพลังงาน ในระหว่างการประชุม IMF-World Bank Spring Meetings 2026 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
สาระสำคัญของการหารืออยู่ที่ “ความเสี่ยงเชิงระบบ” จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของตลาดน้ำมันโลก
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ความผันผวนดังกล่าวไม่สามารถรับมือได้ด้วยนโยบายภายในประเทศเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัย “ความร่วมมือระดับภูมิภาค” เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
ในเชิงนโยบาย ไทยและสิงคโปร์ได้แลกเปลี่ยนแนวทางบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกำลังส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต และกำลังซื้อของประชาชน โดยเน้นการใช้เครื่องมือทางการคลังและการเงินควบคู่กัน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพเศรษฐกิจและภาระงบประมาณ
อีกประเด็นสำคัญคือ การยกระดับความร่วมมือในกรอบอาเซียน โดยใช้จังหวะที่สิงคโปร์จะเป็นประธานอาเซียนในปี 2570 ต่อเนื่องกับไทยในปี 2571 เพื่อผลักดันวาระเศรษฐกิจระยะกลางแบบ “multi-year agenda” ที่มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ
หนึ่งในหัวใจของความร่วมมือคือ การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดต้นทุน และขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน
ขณะเดียวกัน ยังมีการผลักดันโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อเชื่อมโยงการผลิตและการใช้พลังงานในภูมิภาค ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว







