thansettakij
thansettakij
มัดรวมมาตรการรัฐ บรรเทาวิกฤตพลังงาน ต่อลมหายใจเอกชน-ประชาชน

มัดรวมมาตรการรัฐ บรรเทาวิกฤตพลังงาน ต่อลมหายใจเอกชน-ประชาชน

13 เม.ย. 69 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :13 เม.ย. 69 | 13:53 น.

มัดรวมมาตรการรัฐบาลอนุทิน2 บรรเทาวิกฤตด้านพลังงาน ช่วยต่อลมหายใจภาคเอกชน-ประชาชน-เกษตรกร พร้อมเชิญชวนร่วมประหยัดพลังงานเพื่อความยั่งยื่นในระยะยาว

KEY

POINTS

  • รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจจากผลกระทบด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการบรรเทาค่าครองชีพ การเสริมสภาพคล่อง และการสนับสนุนให้ปรับตัวใช้พลังงานสะอาด
  • ช่วยเหลือประชาชนโดยตรงผ่านการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับกลุ่มเปราะบาง และให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนทั่วไปเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์หรือซื้อรถยนต์ EV
  • บรรเทาภาระภาคเอกชนด้วยการอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่ง ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ SMEs และเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนและปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว รวมถึงผ่อนปรนเกณฑ์ให้คู่สัญญาภาครัฐ

ท่ามกลางความตึงเครียดจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อภาวะ “Stagflation” หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง รัฐบาลไทยจึงเร่งออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและภาคธุรกิจในประเทศ

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) (11 เม.ย.69) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้ 1.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ มุ่งช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และเกษตรกร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ราคาพลังงานและต้นทุนต่าง ๆ ยังมีความผันผวนสูง2.มาตรการสนับสนุนการปรับตัว (Transform)ส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการหันมาใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการและภาคการเกษตร ซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง และมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ โดยรัฐบาลคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกร และช่วยชะลอการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในภาพรวม

บรรเทาผลกระทบประชาชน

  • มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน

 กลุ่มเปราะบาง  รัฐบาลมีมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

กลุ่มประชาชนทั่วไป  เตรียมพร้อมประชาชนทั่วไปสำหรับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวิกฤติพลังงาน ดังนี้

ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB

  • การปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน(โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ)วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์(Solar Cell) การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาทระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ยังสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย 

  • สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น2.20% ต่อปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี ยื่นรับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 เมษายน 2569
  •  สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่2.69%ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
  • และ3. สินเชื่อ Solar Roof สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัย ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

ช่วยภาคเกษตรกร

  •  มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตและมีการอบรม/เรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน พืช และพื้นที่ด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรผู้กู้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร3 %ต่อปี วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือนระยะเวลาโครงการ 3 ปี

ช่วยเหลือผู้ประกอบการ

  • มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ

 คู่สัญญาภาครัฐ  เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและลูกจ้างของคู่สัญญาภาครัฐ กรมบัญชีกลางจึงได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้วหากได้รับผลกระทบอาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม

กรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ เป็นต้น พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00-69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้การคำนวณราคากลางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสำนักงบประมาณได้ดำเนินการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ

อุ้มเอสเอ็มอี

 มาตรการสำหรับ SMEs กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทยวงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี เป็นต้น สามารถขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวนี้ได้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อ SME Green Productivityของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ย3% ต่อปี ใน 3 ปีแรกวงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ได้มีมาตรการ EXIM Support Plus เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย 4.00% ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษสำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง

อุดหนุนภาคการขนส่ง

มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง ครม.ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน (ตั้งแต่ 20 เมษายน-31 พฤษภาคม 2569) ในวงเงินจำนวนรวม 2,061 ล้านบาท ให้แก่

1) กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง(รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ)จำนวน 1,354 ล้านบาท

2) กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท

3) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส) จำนวน 81 ล้านบาท

4) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท

5) กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท 5) กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 311 ล้านบาท

และ 6) สนับสนุนเงินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกลุ่มประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยในช่วง 6-19 เมษายน 2569 จำนวน 200 ล้านบาท