
ทำไมกระทรวงการคลังต้องหั่น ‘บัตรคนจน’ รอบใหม่ จาก13.4 ล้านคน เหลือ 9 ล้านคน
ทำไมกระทรวงการคลัง หั่น ‘บัตรคนจน’ จาก13.4 ล้านคน เหลือ 9 ล้านคน ดีเดย์ เปิดลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ภายใน 2–3 เดือนข้างหน้า มีผลใช้ก.ย.69 ใครใช้จ่ายสะสมเกิน 100,000 บาท หรือมีการบริจาคเงินจำนวนมาก เข้าข่ายนอมินี จ่อถูกตัดสิทธิ์ ชี้เพื่อลดงบประมาณรัฐ -
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยจะใช้ระบบ Data Lake เชื่อมข้อมูลจากกว่า 20 หน่วยงานเพื่อคัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์อย่างเข้มข้น
- มีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทั้งรายได้ รายจ่าย ทรัพย์สิน และพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่แท้จริง และเป็นการลดภาระงบประมาณของรัฐ
- คาดว่าการคัดกรองที่เข้มงวดขึ้นจะทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ลดลงจาก 13.4 ล้านคน เหลือประมาณ 9 ล้านคน โดยจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในช่วงเดือนกันยายน
การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปีงบประมาณ2569 ในอีก2-3เดือนข้างหน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ผลกระทบจากพลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลาง รัฐบาลต้องใช้งบประมาณที่สูงเพื่อดูแลเศรษฐกิจในประเทศ
ประกอบกับกระทรวงการคลัง มีนโยบาย คัดกรองเชิงลึก ค้นหาผู้ที่สมควรได้รับบัตรคนจนอย่างแท้จริง โดยใช้ระบบเดต้าเลคเชื่อมฐานข้อมูล 20 หน่วยงาน ตรวจสอบทั้งรายได้ รายจ่าย และทรัพย์สิน ประเมินว่าภายในเดือนกันยาบนนี้จะได้ยอดผู้ได้รับสิทธิ์ เหลือ 9 ล้านคน จาก 13.4 ล้านคน เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณรัฐ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ภายใน 2–3 เดือนข้างหน้า โดยนำระบบ Data Lake มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ เปรียบเสมือนการ “ล้างข้อมูล” ครั้งใหญ่ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่แท้จริง
เบื้องต้น ยังคงใช้เกณฑ์รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี แต่เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านรายจ่าย ทรัพย์สิน เงินฝาก การลงทุนในตลาดหุ้น รวมถึงข้อมูลภาษี เช่น e-Withholding Tax และ e-Tax Invoice จากฐานข้อมูลกว่า 20 หน่วยงานภาครัฐ
หากพบว่าผู้ลงทะเบียนมีพฤติกรรมใช้จ่ายสะสมเกิน 100,000 บาท หรือมีการบริจาคเงินจำนวนมาก จะถูกนำมาพิจารณาคุณสมบัติใหม่ทันที รวมถึงการตรวจสอบสถานะกรรมการบริษัทในลักษณะนอมินี ซึ่งจะถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน
การใช้ระบบอัตโนมัติคัดกรองจะช่วยลดภาระงบประมาณ และทำให้การจัดสรรสวัสดิการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันรัฐดูแลผู้ถือบัตรกว่า 13.4 ล้านคน โดยให้การสนับสนุนสูงสุดถึง 4,700 บาทต่อคนต่อเดือน
สำหรับขั้นตอนลงทะเบียน ได้ปรับให้สะดวกยิ่งขึ้น ผู้สมัครใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน 13 หลัก โดยเปิดลงทะเบียนประมาณ 1–2 สัปดาห์ และใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลอีก 1–2 เดือน คาดเริ่มใช้สิทธิ์รอบใหม่ได้ช่วงปลายปีงบประมาณ หรือประมาณเดือนกันยายน
นอกจากนี้ รูปแบบการใช้จ่ายจะถูก “ปลดล็อก” จากเดิมที่ใช้ได้เฉพาะร้านธงฟ้า ให้สามารถใช้ผ่านสมาร์ทโฟน และขยายไปยังร้านค้ารายย่อย SMEs และร้านสตรีทฟู้ดที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ซึ่งมีมากกว่า 900,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
ในระยะยาว ฐานข้อมูลดังกล่าวจะถูกพัฒนาเป็น “โปรไฟล์” ทางการเงินของประชาชน เพื่อต่อยอดสู่การจัดทำ “Ari Score” ใช้ประเมินความสามารถทางการเงิน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ
พร้อมกันนี้ ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานสู่ระบบ “Negative Income Tax” ในอนาคต เพื่อแยกกลุ่มผู้ที่ควรได้รับสวัสดิการออกจากผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีได้อย่างชัดเจน ลดภาระการคลัง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศในระยะยาว







