thansettakij
thansettakij
เอกชนอุ้มพนักงานเพิ่มเงิน-สวัสดิการ สู้ค่าครองชีพพุ่ง

เอกชนอุ้มพนักงานเพิ่มเงิน-สวัสดิการ สู้ค่าครองชีพพุ่ง

10 เม.ย. 69 | 00:18 น.
อัปเดตล่าสุด :10 เม.ย. 69 | 00:28 น.

วิกฤตราคาพลังงานดันค่าครองชีพพุ่ง ภาคเอกชนขยับช่วยพนักงาน “เงินสด-เพิ่มสวัสดิการ” ด้านอสังหาฯ-ไอที จ่ายเงินรายเดือน -คูปองอาหาร-ค่าเน็ต ยักษ์การเกษตรจัดหาที่พักดูแลแบบ Bubble ขณะแบงก์อัดฉีดเงินก้อนเดียว ด้านส.อ.ท.รับภาคผลิตเริ่มกระทบหนัก จ่อลด OT-หัน WFH ประคองต้นทุน

KEY

POINTS

  • บริษัทเอกชนชั้นนำในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน และไอที ออกมาตรการช่วยเหลือพนักงานเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
  • รูปแบบความช่วยเหลือมีทั้งการให้เงินพิเศษเป็นรายเดือนตั้งแต่ 500 - 2,800 บาท และการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียวตั้งแต่ 10,000 - 20,000 บาท
  • นอกจากการช่วยเหลือเป็นตัวเงิน ยังมีสวัสดิการอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้าน (WFH) มอบคูปองอาหาร สนับสนุนค่าอินเทอร์เน็ต และจัดหาที่พักใกล้ที่ทำงานเพื่อลดค่าเดินทาง

 

 

มาตรการช่วยเหลือพนักงานของภาคเอกชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงานเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงิน ที่เลือกใช้ “เครื่องมือทางการเงิน” เข้ามาช่วยลดภาระค่าครองชีพของพนักงานโดยตรง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคานํ้ามันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

อสังหาฯอัดฉีดเงินช่วยค่าครองชีพพนักงาน

 ภาคอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ซึ่งมีผลต่อสถานการณ์ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงกดดันราคาพลังงานและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก กำลังส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในไทยเริ่มขยับนโยบาย “ดูแลพนักงาน” อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านการออกมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในระยะสั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรในองค์กร

นำโดยบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้พนักงานเดือนละ 1,000 บาท เริ่มในเดือนเมษายน นี้โดยระบุว่าบริษัทติดตามสถานการณ์ราคานํ้ามันโลกและผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับสูงขึ้น และกระทบค่าใช้จ่ายพื้นฐานของพนักงานโดยตรง

ในขณะเดียวกันบริษัทเอพี ไทยแลนด์จำกัด (มหาชน) ก็ประกาศมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยมอบเงินช่วยเหลือพิเศษรวม 2,800 บาท ในเดือนเมษายน นี้เช่นเดียวกัน สำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและค่าเดินทางมากที่สุด

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติ-โสภณ ประธานฝ่ายบริหาร  เอพี ไทยแลนด์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 2,000 บาทที่บริษัทให้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังโควิด-19 และเพิ่มพิเศษอีก 800 บาทในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน

ฝั่งบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ SC ก็ออกมาตรการช่วยเหลือเช่นกัน โดยมอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้พนักงานและบริษัทในเครือ คนละ 500 บาทต่อเดือน ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ และดูแลคุณภาพชีวิตของบุคลากร

ทั้งนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ “ต้นทุนชีวิตของพนักงาน” ในการบริหารองค์กรโดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานและค่าครองชีพ มีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและคุณภาพชีวิตจึงเป็นที่น่าจับตาว่า การขยับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่ในครั้งนี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้องค์กรอื่นในอุตสาหกรรมออกมาประกาศมาตรการช่วยเหลือตามมาอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก และแรงกดดันด้านค่าครองชีพยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายเช่นนี้

 

แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทยจ่ายก้อนเดียว

ด้านสถาบันการเงินมีรูปแบบความช่วยเหลือที่แตกต่างออกไป โดย ธนาคารกรุงเทพ มีแนวทางจ่ายเงินก้อน (LumpSum) จำนวน 20,000 บาทต่อคน ภายในวันที่30 เมษายนนี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้พนักงานในทันที รองรับค่าใช้จ่ายที่เร่งตัวขึ้นในระยะสั้น สะท้อนศักยภาพขององค์กรขนาดใหญ่ที่สามารถอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือในวงเงินสูงแบบครั้งเดียว

ในขณะที่ธนาคารกรุงไทยถือโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ธนาคารได้มอบเงิน 10,000 บาทเป็นของขวัญให้กับพนักงานธนาคารทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับพนักงานไปด้วย

ธุรกิจไอทีช่วยเงินรายเดือน-คูปองอาหาร-ค่าเน็ต

สอดคล้องกับภาคธุรกิจไอที มีรายงานข่าวจาก บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ GPS Tracking และ IoT Solutions ระบุว่า เนื่องด้วยสภาวะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับประเทศอิหร่านในปัจจุบัน ส่งผลให้ราคานํ้ามันในตลาดโลกมีความผันผวน บริษัทจึงมีนโยบายสนับสนุนค่าครองชีพแก่พนักงานทุกท่าน รายละ 1,000 บาท ต่อเดือนเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยจะเริ่มจ่ายในรอบเดือน เมษายน - มิถุนายน 2569

ด้านนายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) เชนสโตร์สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เสริมรายใหญ่ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือภายในกับทีมบริหาร เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ค่าเดินทางพนักงาน ในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน โดยอาจมีวงเงินช่วยเหลือพนักงานคนละ 1,000-2,000 ต่อเดือน ส่วนระยะเวลาการช่วยเหลือขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาพลังงาน

เช่นเดียวกับนายธัญญธร เหล่าวัชระ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่ามาตรการช่วยเหลือเงินช่วยเหลือพนักงานในช่วงวิกฤตพลังงาน เพื่อตอบรับคำแนะนำของรัฐบาลในการประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์ไม่แน่นอน และบริษัทเข้าใจถึงผลกระทบต่อการเดินทางและกิจวัตรของพนักงาน บริษัทจึงได้ออกมาตรการยืดหยุ่นชั่วคราวที่ช่วยทั้งพนักงานและสังคมพร้อมมีส่วนช่วยประเทศประหยัดพลังงาน โดยมีนโยบายให้พนักงานสามารถเลือกทำงานจากที่บ้าน (WFH) หรือทำงานที่ออฟฟิศตามความเหมาะสม โดยบริษัทพิจารณาปรับลด/เพิ่ม ตามสถานการณ์ และปรับอัตราการเบิกจ่ายค่านํ้ามันให้พนักงานสำหรับการเดินทางไปทำงานนอกสถานที่ และ สนับสนุนให้พนักงานโดยสารรถร่วมกัน (carpooling)

โดยภาพรวมสะท้อนว่า ภาคเอกชนไทยเริ่มปรับตัวเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการนำมาตรการทางการเงินมาใช้ดูแลพนักงาน ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่เร่งตัว โดยมีแนวโน้มว่ามาตรการลักษณะนี้จะขยายวงกว้างไปยังภาคธุรกิจอื่นเพิ่มเติม หากสถานการณ์ราคาพลังงานยังคงยืดเยื้อในระยะถัดไป

นายวรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าบริษัทไม่มีนโยบายแจกเป็นเงินสด เพื่อช่วยเหลือพนักงานในช่วงวิกฤตพลังงาน แต่ช่วยใช้วิธีการแจกเป็นคูปองอาหาร และค่าบริการอินเตอร์เน็ต เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของพนักงานในการทำงาน Work From Home

เบทาโกร จัดหาที่พักดูแลแบบ Bubble

ทางด้านยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรนางสาวเยเนอเวียบ ศิริวรรณ ฟิเนท์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตสงครามที่ดันต้นทุนพุ่ง ความท้าทายของเบทาโกรในการดูแลพนักงานกว่า 3 หมื่นคน คือ องค์กรต้องเร่งปรับตัวควบคู่กับการดูแลพนักงาน โดยในส่วนของพนักงานกลุ่มหน้างานกว่า2 หมื่นคนที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้

บริษัทได้เตรียมแผนรองรับกรณีราคานํ้ามันปรับตัวสูง เช่น การจัดหาที่พักใกล้สถานที่ทำงาน และการจัดระบบดูแลแบบ “Bubble” เพื่อลดภาระค่าครองชีพและการเดินทาง ขณะที่พนักงานกลุ่มออฟฟิศที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ บริษัทมีการสื่อสารอย่างโปร่งใส โดยมองว่าการลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางควรถูกนำกลับมาใช้เป็นงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพนักงานกลุ่มหน้างาน

รวมถึงมีการพิจารณาปรับสวัสดิการบางส่วน เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายฟีดการ์ดนํ้ามัน ให้สอดคล้องกับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างเหมาะสมในช่วงวิกฤต พร้อมทั้งรักษาสมดุลระหว่างความอยู่รอดขององค์กรและการดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม

ส.อ.ท.ชี้ภาคผลิตกระทบหนัก จ่อลด OT–WFH

ขณะเดียวกัน เกรียงไกร เธียรนุกุล เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันลูกจ้างและประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนจากราคานํ้ามันที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น อาหารจานเดียวอย่างก๋วยเตี๋ยวที่ปรับราคาจาก 50 บาท เป็น 60-70 บาทต่อชามในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ธนาคารและบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งเริ่มทยอยออกมาตรการช่วยเหลือพนักงานในรูปแบบเงินสดประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อคน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้น

 “ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม กำลังหารือกันว่าจะช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างไร ขณะนี้หลายแห่งเริ่มกลับมาใช้มาตรการ Work from Home สำหรับพนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการผลิต เช่น ฝ่ายบัญชี แอดมิน หรือฝ่ายขาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการเดินทาง” นายเกรียงไกรกล่าว

  อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตยังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยบางอุตสาหกรรมเริ่มขาดแคลนวัตถุดิบหรือมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจนกระทบยอดขาย ส่งผลให้ต้องปรับลดเวลาการทำงานหรือชั่วโมงล่วงเวลา (OT) ซึ่งกระทบต่อรายได้ของพนักงานโดยตรง ทำให้แต่ละโรงงานอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละองค์กร