
กางนโยบายรัฐบาล 'Silver Economy' รองรับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด
นายกฯ อนุทิน เตรียมแถลงนโยบาย 9-10 เม.ย. นี้ ลุย เศรษฐกิจไทยชู "Silver Economy" รับมือสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ดันลดภาษี-จ้างงานผู้สูงอายุผนึกบิ๊กคอร์ป พลิกวิกฤตประชากรเกิดใหม่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมแถลงนโยบาย "Silver Economy" เพื่อรับมือกับภาวะสังคมสูงวัยระดับสุดยอดและวิกฤตประชากร
- นโยบายหลักประกอบด้วยมาตรการทางภาษีเพื่อลดหย่อนให้ผู้สูงอายุ, การสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อการดำรงชีวิต และการจัดสวัสดิการในชุมชน
- มีการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ เช่น ปตท. และ OR เพื่อดึงศักยภาพผู้สูงวัยกลับสู่ตลาดแรงงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "ก้ม กราบ กอด ผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง"
โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าสถาบันครอบครัวคือพื้นที่หลักในการหล่อหลอมทรัพยากรมนุษย์และสร้างอัตลักษณ์ของชาติ รัฐบาลจึงมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งสวัสดิการ สภาพแวดล้อม และความปลอดภัย เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
"ในโลกปัจจุบันที่ช่องว่างระหว่างวัยเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลพยายามลดช่องว่างนี้ด้วยการส่งเสริมสายใยความผูกพันผ่านกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่าง 'การก้ม การกราบ และการกอด' ซึ่งจะช่วยคืนความอบอุ่นและความไว้เนื้อเชื่อใจให้กลับมาสู่ครอบครัวไทยอีกครั้ง" นายกรัฐมนตรีกล่าว
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยความผ่อนคลายว่า ปัจจุบันผู้ที่มีอายุ 60 ปี ยังถือเป็นวัยที่แข็งแรงและมีพลัง พร้อมทั้งเชิญชวนให้คนไทยใช้โอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทยนี้ กลับบ้านไปแสดงความรักต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ
"ผมขอเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัว และขอให้พวกเราทุกคนกลับไปที่บ้าน ไปก้ม กราบ และกอด คุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายาย และคนในครอบครัว เพื่อสร้างความสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป" นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดท้าย
เตรียมแถลงนโยบายรัฐสภา ชู "Silver Economy" ขับเคลื่อนประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีกำหนดแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 นี้ ท่ามกลางความท้าทายจาก "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด"
ฐานเศรษฐกิจ พบว่าหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการส่งเสริม เศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) ซึ่งประกอบด้วยมาตรการที่เป็นรูปธรรม ดังนี้
มาตรการทางภาษี: การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้ เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง
นวัตกรรมเพื่อชีวิต: สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยในการดำรงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ
สวัสดิการชุมชน: ดำเนินโครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้านเพื่อดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง และจัดสร้างที่พักพิงที่ได้มาตรฐาน
วิกฤตประชากร: เด็กเกิดใหม่ดิ่งเหวสวนทางผู้สูงอายุ 14 ล้านคน
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงข้อมูลที่น่ากังวลว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตประชากรอย่างหนัก โดยในปีที่ผ่านมามี เด็กเกิดใหม่เพียงประมาณ 470,000 คนเศษ ในขณะที่มี ผู้สูงอายุพุ่งสูงถึง 14 ล้านคน รัฐบาลจึงต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้ยืดหยุ่น โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "การเกิดที่มีคุณภาพ" และการใช้ศักยภาพจากกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง
ผนึกบิ๊กคอร์ป "ปตท.-OR" ดึงคลังปัญญาผู้สูงวัยคืนสู่ตลาดแรงงาน
เพื่อเป็นการเปลี่ยน "ภาระ" ให้เป็น "พลัง" ปลัดกระทรวง พม. เปิดเผยโมเดลดึงศักยภาพผู้สูงอายุที่น่าสนใจว่า ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ อาทิ ปตท. OR และ Café Amazon ดำเนินโครงการต้นแบบจ้างงานผู้สูงอายุในตำแหน่งต่างๆ เช่น พนักงานชงกาแฟและพนักงานเก็บเงิน โดยนำร่องไปแล้วกว่า 250 คนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยนำรูปแบบความสำเร็จมาจากประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีงานทำอย่างมีเกียรติและมีรายได้เลี้ยงดูตนเอง







