
ส่องนโยบายสาธารณสุข อนุทิน 2 ยกระดับบัตรทอง รักษาทุกที่ได้ทันที
เปิดคำแถลงนโยบายสาธารณสุข 'อนุทิน 2' เตรียมแถลงรัฐสภา 9-10 เม.ย. นี้ ชูพัฒนาระบบประกันสุขภาพรักษาทุกที่ได้ทันที เน้นการแพทย์มุ่งเป้า ใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ รื้อกฎหมายประกันสังคมรับยุคใหม่
KEY
POINTS
- รัฐบาลมีนโยบายยกระดับระบบประกันสุขภาพ (บัตรทอง) ให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ทันที
- ปรับปรุงการบริหารจัดการโดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาพยาบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
- ยกระดับบริการสุขภาพโดยมุ่งเน้นการแพทย์มุ่งเป้า การใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ และส่งเสริมการผลิตยาและเวชภัณฑ์ในประเทศ
หลังจากที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าถวายสัตว์ปฏิญาณแล้ว รัฐบาลใหม่จะต้องนำนโยบายแถลงต่อรัฐสภาซึ่งเบื้องต้นคาดการณ์ว่า จะเป็นวันที่ 9-10 เมษายนนี้โดยช่วงเวลานี้ได้มีการเผยแพร่รายละเอียดคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนำโดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่เตรียมจะแถลงต่อรัฐสภา ความยาวรวม 21 หน้า ประกอบด้วย นโยบาย 5 ด้านซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
เมื่อพลิกดูในรายละเอียดเฉพาะส่วนของ สาธารณสุข นั้น ไม่ได้เขียนแยกออกมาเฉพาะแต่ถูกเขียนรวมอยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลด้านสังคม ข้อที่ 14 ที่ระบุถึง การพัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที ซึ่งเขียนเป็นกรอบกว้าง ๆ เอาไว้รวม 3 ประการที่จะดำเนินการ
เรื่องแรก คือ ปรับปรุงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและเชื่อมโยงข้อมูลคนไทยและสิทธิการรักษาพยาบาลเพื่อให้ประวัติการรักษาพยาบาลเข้าด้วยกันภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัด ให้คนไทยได้เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อีกทั้งยังช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนการจัดบริการระบบสาธารณสุขจากข้อมูลที่มีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาสุขภาพเชิงป้องกันและการรักษาพยาบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการใช้จ่ายเงินงบประมาณในภาพรวม
ประการต่อมา คือ การยกระดับบริการสุขภาพของคนไทยโดยมุ่งเน้นการแพทย์มุ่งเป้า และ การใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ อาทิ การแพทย์ทางไกล ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์แผนไทย การวิจัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์ อาทิ ชีววัตถุ และเครื่องมือแพทย์ รวมถึงสนับสนุนให้มีการลงทุนผลิตยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ในประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตยา อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ภายในประเทศ
ประการสุดท้าย คือ การปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมที่สามารถรองรับกับรูปแบบการจ้างในเศรษฐกิจสมัยใหม่และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและยกระดับความโปร่งใสใน การบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบประกันสังคม พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบ การประกันตนให้สามารถจูงใจให้นายจ้างและแรงงานนอกระบบเข้าในระบบประกันสังคม
นอกจากนี้ในข้อที่ 15 ได้ระบุถึงการให้ความสำคัญในการสร้างเสริมสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคมและสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย โดยประการแรก คือ การพัฒนาคนในชาติให้มีเหตุมีผล มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางสังคมผ่านกลไกที่เป็นรูปธรรม
ถัดมา คือ การสร้างสภาพสังคมและชุมชนให้รองรับสังคมสูงวัยเพื่อให้ผู้สูงอายุและประชากรทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี พึ่งพาตนเองได้และมีส่วนร่วมในสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) เพื่อผู้สูงวัยและโดยผู้สูงวัย อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยในการดำรงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ การส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือกิจการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย การส่งเสริมการสร้างรายได้ การออมและการใช้ศักยภาพของผู้สูงอายุ การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้
ประเด็นสุดท้าย คือ การจัดสถานที่พักพิงสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่ได้มาตรฐานในพื้นที่และดำเนินโครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้านดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิงในชุมชนเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถประกอบอาชีพได้ พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยรวมถึงผลักดันให้มีศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอเพื่อให้ผู้เสพสามารถเข้ารับการ บำบัดรักษาซึ่งจะช่วยคืนคนดีกลับสู่สังคมโดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนและส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนา







