
‘เอกนิติ’ จี้โรงกลั่นส่งคืน ‘กำไรส่วนเกิน’ ลดราคาน้ำมันก่อนสงกรานต์
‘เอกนิติ’ ประธาน คตร. ชงครม.นัดแรก ใช้โมเดลปี 65 ดึง ‘กำไรส่วนเกิน’ โรงกลั่น ส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน หวังลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มก่อนสงกรานต์
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาผลการศึกษาค่าการกลั่นและค่าการตลาดที่เหมาะสม
โดยพบว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น จากการบวกค่า "วอร์พรีเมียม" (War Premium) หรือค่าความเสี่ยงจากสงครามเข้าไปทั้งในส่วนของราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบค่าการกลั่นเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กับตัวเลขล่าสุดในเดือนมีนาคม พบว่าโรงกลั่นมีกำไรส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่าค่าการกลั่นในเดือนมีนาคมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.30 บาทต่อลิตร ซึ่งแม้จะหักลบต้นทุนวอร์พรีเมียมที่โรงกลั่นต้องจ่ายเพิ่มจริงออกแล้ว แต่ก็ยังพบว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในอดีต
ใช้โมเดลปี 65 เจรจาโรงกลั่นส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน
เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนเร็วที่สุด ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ดำเนินตามแนวทางที่เคยใช้ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน (มติ ครม. 21 มิ.ย. 2565) คือการขอความร่วมมือให้กลุ่มโรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนพิเศษนี้ผ่านมายังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อส่งผ่านไปสู่การลดราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันทันที โดยไม่รอการออกกฎหมายภาษีลาภลอย (Windfall Tax) ที่อาจต้องใช้เวลานาน
ทั้งนี้ คตร. ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งดำเนินการเข้าไปเจรจาและขอข้อมูลเชิงลึกจากแต่ละโรงกลั่นเพื่อคำนวณต้นทุนจริง (รวมค่าขนส่งและวอร์พรีเมียม) เนื่องจากแต่ละแห่งมีต้นทุนที่ต่างกัน เช่น
กรณีเรือของบางจากที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการคำนวณกำไรส่วนเกิน เพื่อหาตัวเลขเม็ดเงินที่เหมาะสมในการขอความร่วมมือนำมาช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการกำหนดกรอบคุมค่าการตลาดเฉลี่ยให้เหมาะสมที่ประมาณ 2.45 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีก
จ่อชง ครม. 6 เม.ย.นี้ หวังลดราคาก่อนสงกรานต์
สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป คตร. จะนำเสนอหลักการและผลการศึกษาทั้งหมดต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในวันที่ 6 เมษายนนี้ ส่วนจะเห็นราคาน้ำมันลดลงก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น ขณะนี้คณะกรรมการเร่งทำงานเต็มที่ แม้มีกำหนดให้สรุปภายใน 15 วัน แต่เพียง 2 วันได้ข้อสรุปการศึกษาแล้ว โดยคาดหวังว่าหากได้รับความเห็นชอบและผลการเจรจากับโรงกลั่นเป็นไปด้วยดี ประชาชนจะได้เห็นราคาขายปลีกน้ำมันปรับตัวลดลง
ส่วนหลักการคำนวณกำไรส่วนเกินนี้อาจไม่ได้ใช้เพียงแค่ในเดือนมีนาคม แต่จะมีการพิจารณาเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปหากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงอย่างผิดปกติ
“เราได้มีกำหนดศึกษาใน 15 วัน ได้รับคำสั่งแล้ว ทำงานทันที เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน ซึ่งเพียง 2 วันเราได้ข้อสรุปแล้ว เพื่อให้ผลการศึกษาของเราไปช่วยเหลือประชาชนได้เร็วที่สุด พร้อมเสนอครม.นัดแรกในวันที่ 6 เมษายน 2569 นี้”







