
‘เอกนิติ’ ดึง ‘สันติธาร’ นั่งผู้ช่วย รมว.คลัง เสริมทีมฝ่าวิกฤตน้ำมัน
‘เอกนิติ’ ดึง ‘สันติธาร เสถียรไทย’ นั่งผู้ช่วย รมว.คลัง เสริมทีมเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตพลังงาน เดิมพันใหญ่รัฐบาลอนุทิน 2
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่งตั้ง ดร.สันติธาร เสถียรไทย เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อเสริมทีมเศรษฐกิจ
- การแต่งตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง
- ดร.สันติธาร เป็นผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งในภาครัฐและเอกชนระดับนานาชาติ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มมิติการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้
การจัดทัพเศรษฐกิจของรัฐบาล “อนุทิน 2” เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ก่อนการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เมษายนนี้ โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด คือการวาง “ทีมกุนซือ” รอบตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องรับบทหนักในการพาประเทศฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ “วิกฤตพลังงาน” ที่กำลังกดดันต้นทุนทั้งระบบ
ภายใต้ครม.ชุดนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยังคงควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเข้ามาเสริม ส่งผลให้ภาระการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจตกอยู่ที่ตัวรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมกันนี้ยังต้องทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” และกำกับภาพรวมการบริหารวิกฤตผ่านกลไกสำคัญอย่างศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)
ด้วยโจทย์ขนาดใหญ่และความเร่งด่วนของสถานการณ์ ทำให้การจัดตั้ง “ทีมที่ปรึกษาและผู้ช่วยรัฐมนตรี” กลายเป็นกลไกสำคัญในการแบ่งเบาภาระ และเพิ่มความคล่องตัวเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคธุรกิจ
โดยเย็นวันนี้ (2 เม.ย. 69) รองนายกฯ ได้เชิญทีมงานที่จะมาช่วยงานรมว.คลัง มาพบพร้อมหารือกันอย่างเข้มขนที่ห้องทำงานที่กระทรวงการคลัง จากนั้นได้เดินมาส่ง นายสันติธาร เสถียรไทย และพาชมนิทรรศการภาพวาดพระพันปีหลวงบริเวณโถงกลางชั้น 1 กระทรวงการคลัง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะแต่งตั้ง นายสันติธาร เป็นผู้ช่วยรมว.คลัง ใช่หรือไม่ นายเอกนิติ ยิ้มให้ผู้สื่อข่าว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่า วันนี้มีหลายคนที่เชิญมาหารือเพื่อร่วมทำงานในทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เพื่อมาช่วยกันพัฒนาประเทศ ซึ่งทุกคนตั้งใจดีที่จะมาร่วมทำงาน
ล่าสุด แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า “ดร.สันติธาร เสถียรไทย” อดีตกรรมการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ เตรียมเข้ามารับตำแหน่ง “ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง” ถือเป็นหนึ่งในขุนพลหลักของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่
การดึงตัวสันติธารเข้ามาในจังหวะนี้ สะท้อนยุทธศาสตร์ของเอกนิติที่ต้องการ “คนทำงานได้ทันที” และมีประสบการณ์ทั้งในเชิงนโยบายและตลาดจริง เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ซับซ้อนของเศรษฐกิจโลกและพลังงาน
โปรไฟล์ระดับโลก ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่
ดร.สันติธาร เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชนระดับนานาชาติ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านนโยบายเศรษฐกิจ และปริญญาโทด้านการพัฒนาระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รวมถึงปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics and Political Science (LSE)
ในเส้นทางอาชีพ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญในภาคเอกชนระดับภูมิภาค โดยเป็น Group Chief Economist และกรรมการผู้จัดการของ Sea Group บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของอาเซียน รวมถึงเคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอเชียของ Credit Suisse ดูแลการวิเคราะห์เศรษฐกิจใน 10 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังเป็นนักเศรษฐศาสตร์เอเชียเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลพยากรณ์เศรษฐกิจยอดเยี่ยมระดับโลกจาก Consensus Economics ถึง 3 ปีติดต่อกัน และเคยได้รับการจัดอันดับเป็นนักวิเคราะห์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของไทยจาก Asia Money
ในมิติด้านนโยบายสาธารณะ ยังมีบทบาทในหลายคณะสำคัญ อาทิ การจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 การผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล และการเป็นที่ปรึกษาด้าน Future Economy
จิ๊กซอว์สำคัญ แก้เกมพลังงาน-วางโครงเศรษฐกิจใหม่
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนภาคธุรกิจ และค่าครองชีพของประชาชน บทบาทของกระทรวงการคลังไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดูแลการคลัง แต่ต้องทำงานเชิงรุกในการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศ
การมี “สันติธาร” เข้ามาเสริมทีม จึงถูกมองว่าจะช่วยเพิ่มมิติการวิเคราะห์เชิงลึก โดยเฉพาะการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การออกแบบนโยบายที่สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เข้ากับการฟื้นตัวของประเทศ
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังภาคตลาดและนักลงทุนว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับ “ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค” และ “ความน่าเชื่อถือในระดับสากล”
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการรวบรวมบุคลากรระดับหัวกะทิ แต่คือการทำให้ทีมสามารถทำงานได้อย่างมีเอกภาพและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
เพราะในบริบทเศรษฐกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจโลก “เวลา” กลายเป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุด
การตัดสินใจของเอกนิติในการดึง “สันติธาร” เข้ามา จึงไม่ใช่เพียงการเติมคน แต่คือการวางหมากสำคัญในเกมเศรษฐกิจ ที่ผลลัพธ์จะสะท้อนโดยตรงต่อเสถียรภาพของประเทศในระยะต่อไป







