
สทนช. คลอดกฎหมายน้ำฉบับใหม่ ปลดล็อกเว้นค่าธรรมเนียมใช้น้ำทะเลทุกพื้นที่
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ 2 ฉบับ ปลดล็อกยกเว้นค่าธรรมเนียมใช้น้ำทะเลทุกพื้นที่ หวังลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม และมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
KEY
POINTS
- สทนช. ได้จัดทำร่างกฎกระทรวงใหม่ 2 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาการเก็บค่าใช้น้ำและค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม
- กฎหมายใหม่จะยกเว้นค่าใช้น้ำและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับการใช้น้ำทะเลในทุกพื้นที่ ทั้งจากน่านน้ำภายในและทะเลอาณาเขต
- การแก้ไขนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้น้ำประเภทที่ 2 และ 3 ที่ใช้น้ำทะเล
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้จัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ 2 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ โดยฉบับแรก คือ ร่างกฎกระทรวงหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าใช้น้ำ การเรียกเก็บ ลดหย่อน และยกเว้นค่าใช้น้ำ สำหรับการใช้น้ำประเภทที่สองและการใช้น้ำประเภทที่สาม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ส่วนอีกฉบับ คือ ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
สำหรับการจัดทำร่างกฎกระทรวงฉบับแรก เนื่องจากกฎกระทรวงหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าใช้น้ำ การเรียกเก็บ ลดหย่อน และยกเว้นค่าใช้น้ำสำหรับการใช้น้ำประเภทที่สองและการใช้น้ำประเภทที่สาม พ.ศ. 2567 มีปัญหาในทางปฏิบัติหลายประการ และไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่าใช้น้ำ การกำหนดนโยบายของรัฐบาลที่ใช้สำหรับลดหย่อนค่าใช้น้ำมีความไม่ชัดเจน และมีความไม่เสมอภาคกรณียกเว้นค่าใช้น้ำ
ทั้งนี้เนื่องจากกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวกำหนดให้ยกเว้นค่าใช้น้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำทะเลจากทะเลอาณาเขต แต่ไม่ได้ยกเว้นค่าใช้น้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำทะเลจากน่านน้ำภายใน ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม และมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงฉบับนี้
โดยเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียบเก็บค่าใช้น้ำ ประกอบด้วย การคำนวณค่าใช้น้ำ วิธีการเรียกเก็บค่าใช้น้ำ การจัดส่งใบแจ้งหนี้ค่าใช้น้ำหรือใบแจ้งปริมาณน้ำที่ใช้ วิธีการชำระค่าใช้น้ำ การขอผ่อนผันค่าใช้น้ำ การจ่ายค่าปรับเงินเพิ่ม หรือค่าใช้น้ำเพิ่ม เมื่อมิได้ชำระค่าใช้น้ำหรือชำระค่าใช้น้ำไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
พร้อมทั้งกำหนดนโยบายของรัฐบาลที่ผู้ใช้น้ำประเภทที่สองและผู้ใช้น้ำประเภทที่สามจะนำมาขอลดหย่อนค่าใช้น้ำให้ชัดเจน โดยจะต้องเป็นนโยบายที่กำหนดให้ลดหย่อนค่าใช้น้ำไว้เป็นการเฉพาะพื้นที่ ประเภทกิจกรรมหรือกิจการ หรือระยะเวลา และกำหนดให้ผู้ใช้น้ำประเภทที่สองและผู้ใช้น้ำประเภทที่สามที่ใช้น้ำจากน้ำทะเลไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำจากน่านน้ำภายในหรือทะเลอาณาเขตให้สามารถยกเว้นค่าใช้น้ำได้และปรับปรุงข้อความหลักเกณฑ์การยกเว้นค่าใช้น้ำให้มีความชัดเจน
อย่างไรก็ตามเมื่อกฎกระทรวงกฎกระทรวงหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าใช้น้ำ ฉบับใหม่ ได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการยกเว้นค่าใช้น้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำทะเลจากน่านน้ำภายในแล้ว ทำให้เงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้ำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขการยกเว้นค่าใช้น้ำ จึงจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุง กฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม พ.ศ. 2567 ด้วย
สำหรับการทบทวนแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมฯ ได้แก้ไขเงื่อนไขการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองและใบอนุญาตใช้น้ำประเภทที่สามโดยกำหนดให้ผู้ใช้น้ำประเภทที่สองและผู้ใช้น้ำประเภทที่สามที่ใช้น้ำจากน้ำทะเลไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำจากน่านน้ำภายในหรือทะเลอาณาเขตให้สามารถยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้น้ำประเภทที่สองและใบอนุญาตใช้น้ำประเภทที่สามได้
สำหรับการแบ่งประเภทผู้ใช้น้ำ ปัจจุบันแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ประเภทที่ 1 ที่อยู่อาศัยและอื่นๆ ครอบคลุมบ้านพักเอกชนและรัฐทั้งรายเดี่ยวและกลุ่ม สถานที่พักอาศัยที่มีการค้าขายเล็กน้อย ศาสนสถาน มูลนิธิ องค์กรการกุศล และพรรคการเมือง
ประเภทที่ 2 ราชการและธุรกิจขนาดเล็ก ครอบคลุมหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น สถานพยาบาลรัฐและเอกชนขนาดเล็ก สถานสงเคราะห์ สถานศึกษาต่ำกว่าอุดมศึกษา สถานกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ตลาด ห้างสรรพสินค้า สหกรณ์ สำนักงาน อุตสาหกรรมครัวเรือน และที่พักธุรกิจขนาดเล็ก
ประเภทที่ 3 รัฐวิสาหกิจ อุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ ครอบคลุมรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม สถานบันเทิง ร้านอาหาร นวดอบตัว โรงภาพยนตร์ สมาคม สโมสร สระว่ายน้ำ สนามกีฬา ที่พักธุรกิจขนาดใหญ่ อาคารชุดเชิงพาณิชย์ สถาบันการเงิน ประกันภัย โรงรับจำนำ โรงพยาบาลเอกชน สถานศึกษาอุดมศึกษาเอกชน สถานีบริการน้ำมัน อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ อุตสาหกรรมการพิมพ์ การใช้น้ำชั่วคราว และธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆ






