thansettakij
คลังรีดภาษีไตรมาสแรกเกินเป้า 2.5 หมื่นล้าน เร่งปฏิรูปรายได้

คลังรีดภาษีไตรมาสแรกเกินเป้า 2.5 หมื่นล้าน เร่งปฏิรูปรายได้

28 ม.ค. 2569 | 07:19 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 07:23 น.

คลังรีดภาษีไตรมาสแรกเกินเป้า 2.5 หมื่นล้าน ระบุสรรพากร-สรรพสามิตจัดเก็บรายได้ทะลุเป้า เร่งปฏิรูปรายได้ ขยายฐานภาษี ตามแผนการคลังระยะปานกลาง

KEY

POINTS

  • ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลจัดเก็บรายได้รวมสูงกว่าเป้าหมาย 25,501 ล้านบาท สะท้อนสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจ
  • รายได้สุทธิที่นำส่งคลังต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากนโยบายเร่งคืนภาษี โดยเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ
  • กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้เกินเป้าโดดเด่นที่สุด สะท้อนการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าหมวดพลังงาน สุรา และรถยนต์
  • กระทรวงการคลังเร่งรัดการปฏิรูปโครงสร้างรายได้ โดยมีนโยบายสำคัญคือการขยายฐานภาษีเพื่อดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ

กระทรวงการคลัง รายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. – ธ.ค. 68) ว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลยังคงมีความแข็งแกร่งและสะท้อนสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจ โดยสามารถจัดเก็บรายได้รวมสูงถึง 767,897 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ 25,501 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.4% และขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 5.9%

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขรายได้รวมจะสูงกว่าเป้าหมาย แต่ในส่วนของรายได้สุทธิ หลังหักรายการคืนต่างๆ รัฐบาลนำส่งรายได้เข้าคลังทั้งสิ้น 633,031 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 13,057 ล้านบาท หรือ 2.0% แต่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.3%

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้รายได้สุทธิต่ำกว่าเป้าหมาย ไม่ได้เกิดจากประสิทธิภาพการจัดเก็บที่ลดลง แต่เป็นผลจากนโยบายเชิงรุกของกระทรวงการคลังที่ต้องการ เร่งคืนภาษี เพื่อเติมสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่งผลให้ยอดการคืนภาษีของกรมสรรพากรพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 38,596 ล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมายการคืนถึง 45.8% ซึ่งถือเป็นกลไกการคลังในการประคองภาคธุรกิจให้ฟื้นตัว

สำหรับยอดการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษีหลัก พบว่า กรมสรรพสามิต เป็นกรมที่จัดเก็บรายได้ในไตรมาสนี้โดดเด่น โดยจัดเก็บได้เกินเป้า อยู่ที่ 139,902 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 7.6% และขยายตัวจากปีก่อนถึง 13.9% สะท้อนดัชนีชี้วัดการบริโภคภายในประเทศที่กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยและพลังงาน ได้แก่ ภาษีน้ำมันฯ, ภาษีสุรา และภาษีรถยนต์

ขณะที่กรมสรรพากร จัดเก็บได้ 481,935 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการเล็กน้อย 0.6% และเติบโตจากปีก่อน 2.4% ชี้ให้เห็นว่าฐานภาษีหลักยังขยายตัวได้ แม้จะมียอดคืนภาษีสูงก็ตาม

ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บได้ 28,625 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8.0% ซึ่งอาจสะท้อนปัจจัยด้านการค้าระหว่างประเทศที่ยังผันผวน ด้าน รัฐวิสาหกิจ ยังเป็นทัพหนุนสำคัญ นำส่งรายได้ 64,001 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายถึง 23.2%

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางการคลังและการขาดดุลต่อเนื่อง กระทรวงการคลังได้กำชับให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างรายได้ผ่านแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) เพื่อรักษาเสถียรภาพในระยะยาว

“สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการตามแผน MTFF คือการติดตามเรื่องรายได้ โดยเฉพาะการ ‘กวาดคนเข้าฐานภาษี’ ซึ่งขณะนี้กรมจัดเก็บภาษีกำลังดำเนินการเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เพื่อดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบ ลดภาระทางการคลังและสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บรายได้ รองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”