thansettakij
thansettakij
คปภ. ยกร่างคำสั่งนายทะเบียนใหม่ คุมเข้มการบอกเลิก 'ประกัน พ.ร.บ.'

คปภ. ยกร่างคำสั่งนายทะเบียนใหม่ คุมเข้มการบอกเลิก 'ประกัน พ.ร.บ.'

22 ก.พ. 2569 | 13:20 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.พ. 2569 | 13:28 น.

สำนักงาน คปภ. ยกร่างคำสั่งนายทะเบียนฉบับใหม่ คุมเข้มการบอกเลิก 'ประกัน พ.ร.บ.' เช็กด่วน 3 เงื่อนไขที่ทำได้จริง ช่วยประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองที่รวดเร็ว เป็นธรรม

KEY

POINTS

  • คปภ. ยกร่างคำสั่งนายทะเบียนใหม่เพื่อควบคุมการบอกเลิกประกันภัย พ.ร.บ. ให้มีความเข้มงวดและชัดเจนยิ่งขึ้น
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อให้รถทุกคันมีประกันภัย พ.ร.บ. คุ้มครองต่อเนื่องตลอดเวลา และป้องกันการยกเลิกโดยไม่มีเหตุอันควร
  • กำหนดให้ผู้เอาประกันสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ได้ใน 3 กรณีเท่านั้น คือ รถเลิกใช้งาน, มีประกันภัยซ้ำซ้อน, หรือเปลี่ยนบริษัทประกันโดยความคุ้มครองต้องไม่ขาดตอน

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงาน คปภ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการร่างคำสั่งนายทะเบียน เรื่อง ให้ใช้เงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยกำหนดแนวทางให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

สำนักงาน คปภ. ระบุว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้รถทุกคันต้องจัดทำประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ “ประกันภัย พ.ร.บ.” เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองที่รวดเร็ว เป็นธรรม และให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของกฎหมาย พระราชบัญญัติดังกล่าวยังได้กำหนดกลไกการกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทาง 

โดยมาตรา 17 ได้กำหนดให้นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกตรวจสอบการมีประกันภัย พ.ร.บ. ก่อนรับจดทะเบียนรถและชำระภาษีรถประจำปี เพื่อให้รถทุกคันที่ใช้งานบนถนน มีความคุ้มครองโดยต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้รถทุกคันมีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ. ตลอดเวลาการใช้งานและตลอดอายุภาษีรถ ทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะได้รับความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ. ไม่เกิดกรณีที่มีการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ. โดยไม่มีเหตุอันควร 

จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้มีความชัดเจน ลดภาระและการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเกิดอุบัติเหตุจากรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน

สำหรับสาระสำคัญของ ร่างคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยอาศัยเหตุใน 3 กรณี ดังนี้

1.เลิกการใช้งาน โดยมีหลักฐานจากนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพื่อยืนยันว่ารถนั้นได้เลิกการใช้งานแล้ว หรือ

2.มีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มากกว่า 1 ฉบับ โดยรถนั้นต้องเหลือความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถครอบคลุมตลอดระยะเวลาภาษีปีถัดไป อย่างน้อย 1 ฉบับ หรือ

3.เปลี่ยนแปลงบริษัทผู้รับประกันภัย โดยกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ต้องมีความคุ้มครองต่อเนื่องไม่ขาดตอนจากกรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดิม