thansettakij
thansettakij
คลังเตรียมเสนอพ.ร.บ.โอนงบ โยก 5 หมื่นล้านบาท ใส่มือนายกแก้วิกฤต

คลังเตรียมเสนอพ.ร.บ.โอนงบ โยก 5 หมื่นล้านบาท ใส่มือนายกแก้วิกฤต

11 มี.ค. 2569 | 05:53 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 2569 | 05:54 น.

คลังรับมือสงครามตะวันออกกลาง เตรียมโอนงบ 5 หมื่นล้านเข้างบกลาง ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมัน นักวิชาการชี้อุดหนุนราคาต่อ อาจทำให้กองทุนต้องจ่ายสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อวัน เอกชนเร่งปรับตัวรับน้ำมันแพง

KEY

POINTS

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 เพื่อโอนเงินไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท มาตั้งเป็นงบกลาง รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง 

ครม. จ่อสั่งปิดบริการปั๊มน้ำมันเวลา 4 ทุ่ม และให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงาน เช่น ปรับอุณหภูมิแอร์และส่งเสริม Work from Home เพื่อประหยัดน้ำมันและไฟฟ้า

ภาคเอกชนปรับตัวรับมือราคาพลังงานแพง  เพิ่มสต็อกสินค้า ลดรอบขนส่ง และมุ่งเน้นการใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อลดต้นทุน

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ยังส่งแรงกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการขนส่งและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย 

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โอนเงินไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท มาตั้งเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น หลังงบที่มีอยู่เหลือเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า งบประมาณที่จะโอน จะมาจากงบประมาณของหน่วยราชการต่างๆ ที่ ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 (สิ้นเดือนมีนาคม 2569) ตามมติครม.วันที่ 21 ตุลาคม 2568

คลังเตรียมเสนอพ.ร.บ.โอนงบ โยก 5 หมื่นล้านบาท ใส่มือนายกแก้วิกฤต

เงินก้อนนี้นอกจากจะใช้รับมือผลกระทบจากสงครามแล้ว ยังต้องการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและสาธารณภัยอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนกันยายน 2569  

แผนการดำเนินงานคือ รอให้การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นกระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม. ช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ควบคู่ไปกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 

ไม่ใช่ครั้งแรก-ย้อนรอยยุคโควิด  

การออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณลักษณะนี้มีบรรทัดฐานมาก่อนในช่วงวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเคยออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 กว่า 88,452 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและรับมือเหตุฉุกเฉินที่ตามมา หลังงบกลางสำรองจ่ายที่ตั้งไว้ 96,000 ล้านบาทถูกใช้จนเกือบหมด 

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังยังต้องการเสนอออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)กู้เงินควบคู่ไปด้วย แต่นายเอกนิติ นิิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่า จะกระทบฐานะการคลังในระยะยาวจากที่จะกู้เงินเพิ่มเติม ขณะที่การโอนงบนั้น ยังเป็นวงเงินงบประมาณเดิมที่มีอยู่แล้ว 

สภาพัฒน์คาดเสร็จก่อนสงกรานต์ 

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ประเมินว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่มีแนวโน้มเสร็จสิ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 เนื่องจากกระบวนการประกาศผลและขั้นตอนในสภาเดินหน้าตามแผน ซึ่งการได้รัฐบาลเร็วเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้การบริหารงบประมาณและโครงการสำคัญสะดุด

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)   

ส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หากจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงครึ่งแรกของเดือนเมษายน คาดว่า จะล่าช้าเพียง ประมาณ 1 เดือน และหากใช้กระบวนการ “Fast Track” ลดระยะเวลากรรมาธิการจาก 105 วันเหลือ 60 วัน ก็มีโอกาสสูงที่พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ทันในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมตามปกติ  

โจทย์เร่งด่วนของรัฐบาลใหม่คือการสร้าง “Trust and Confidence” สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นทั้งในหมู่ประชาชนและนักลงทุนต่างชาติโดยเร็วที่สุด 

สำนักงบฯ เร่งเครื่องเบิกจ่าย 

ขณะที่นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกล่าวว่า กำลังพิจารณามาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 เพิ่มเติม แม้ปัจจุบันสถานะการเบิกจ่ายของหน่วยงานต่างๆ ยังเป็นไปตามแผน แต่ในระยะต่อไปอาจต้องกระตุ้นสปีดให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2569 มีวงเงินภาครัฐรวม 4.37 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณรายจ่ายประจำปี 3.78 ล้านล้านบาท เงินกันเหลื่อมปี 3.21 แสนล้านบาท และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 2.65 แสนล้านบาท โดยคาดว่า จะมีเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงรวมกว่า 2.22 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน 

คลังเตรียมค้ำเงินกู้กองทุนน้ำมัน 

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณามาตรการพยุงราคาพลังงาน เพื่อรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น โดยหนึ่งในทางเลือกที่กำลังศึกษาอยู่คือ การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้เสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง  

อย่างไรก็ตาม สถานะของกองทุนน้ำมันขณะนี้ได้เข้าสู่ภาวะติดลบแล้ว แต่ยังสามารถกู้เงินได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ

ยอมรับว่า การใช้กลไก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ จะมีผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศโดยตรง ส่วนการลดภาษีน้ำมันสรรพสามิตจะเป็นแนวทางสุดท้ายที่รัฐบาลจะนำมาใช้

เสนอ“สังคายนา”ราคาน้ำมัน

ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า เมื่อครบกำหนดการตรึงราคาน้ำมันในวันที่ 17 มีนาคม สถานะกองทุนน้ำมันอาจติดลบสะสมสูงถึง 3,000-4,000 ล้านบาท หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังไม่คลี่คลาย และหากมีการอุดหนุนราคาต่อไป อาจทำให้กองทุนต้องจ่ายสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อวัน 

ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดังนั้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้้ประเทศไทยจำเป็นต้อง “สังคายนา” โครงสร้างราคาใหม่ โดยการใช้ราคาจากโรงกลั่นที่มีราคาต่ำสุดในสิงคโปร์เป็นเกณฑ์มาตรฐาน และการกำหนดเพดานค่าการกลั่นในภาวะไม่ปกติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคและลดภาระจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น 

ดร. พรายพล เสนอให้รัฐบาลเร่งใช้มาตรการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมัน พร้อมทั้งผ่อนคลายการตรึงราคาน้ำมัน โดยให้มีการปรับราคาขายปลีกขึ้นทีละ 30-50 สตางค์ เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและลดการไหลออกของเงินกองทุน 

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและประชาชนร่วมมือในการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง โดยการใช้มาตรการ Work From Home และการจำกัดการใช้ไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว และไทยควรกระจายแหล่งซื้อพลังงานจากประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งการเจรจากับรัสเซียในการจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ที่ขณะนี้มีความต้องการส่งออกสูง เนื่องจากถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก

ครม.เตรียมสั่งปิดปั๊มน้ำมัน 4 ทุ่ม 

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวน และเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การเสนอปิดบริการปั๊มน้ำมันไม่เกิน 4 ทุ่ม เพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

นายกรัฐมนตรียังได้สั่งให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจดำเนินการมาตรการประหยัดพลังงาน ซึ่งรวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26-27 องศาเซลเซียส, การปิดไฟที่ไม่จำเป็น, และส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) พร้อมกับลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน โดยตั้งเป้าหมายให้ลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันลง 5% ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ 

“การลดการใช้น้ำมันและไฟฟ้าผ่านมาตรการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างสำคัญให้กับภาคธุรกิจและประชาชน โดยคาดว่า หากสามารถลดการใช้น้ำมันได้ประมาณ 5% จะช่วยประหยัดได้ประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน”นางสาวอัยรินทร์กล่าว

ธุรกิจสุขภาพมองในวิกฤตยังมีโอกาส  

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ต บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ธุรกิจสุขภาพยังมีโอกาส โดยเสนอให้ปรับกลยุทธ์ตามความยืดเยื้อของสถานการณ์ หากเป็นระยะสั้นควรเน้นความยืดหยุ่นในการเลื่อนนัดและใช้ระบบปรึกษาทางไกล (Tele-consult)

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ต บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)   

หากสถานการณ์ลากยาว 1-3 เดือน ต้องเปลี่ยนรูปแบบการขายเป็นแพ็กเกจที่คุ้มค่าแบบ “ครั้งเดียวจบ” หรือเน้นกลุ่มครอบครัวพร้อมบริการดูแลหลังการรักษา

หากยืดเยื้อเกิน 3 เดือน รัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันผลักดันไทยให้เป็น “Safe Haven for Health” ผ่านการสนับสนุนด้านวีซ่าและสร้างระบบนิเวศที่รองรับชาวมุสลิม (Halal-friendly) พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดข้างเคียงที่ยังเติบโต 

สมาคมบ้านยันมีสต๊อก ไม่ขึ้นราคาบ้าน 

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกล่าวว่า ระยะสั้น ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาบ้านและคอนโดมิเนียมทันที เนื่องจากยังมีสต็อกสินค้าพร้อมขายในมือจำนวนมาก และยังได้ล็อกต้นทุนวัสดุก่อสร้างและทำสัญญาล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร

กลยุทธ์ในช่วงนี้จึงเน้นไปที่การระบายสต็อกเดิมและรักษาระดับราคาเพื่อดึงดูดกำลังซื้อที่ยังคงอ่อนแรง

สำหรับ ระยะกลางถึงระยะยาว “บ้านประหยัดพลังงาน” จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่และเป็นทางออกสำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้ประกอบการจะยกระดับการออกแบบสู่ Passive Design ที่เน้นการรับลมธรรมชาติและระบายความร้อน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่าง Solar Roof และระบบ Smart Home / IoT เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าอัตโนมัติ ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานแอร์ได้ถึง 15-20%  

ขนส่งยังไม่ปรับขึ้นค่าบริการ 

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการขนส่งจะยังไม่ปรับขึ้นค่าบริการเนื่องจากมาตรการตรึงราคาของภาครัฐ แต่ภาคธุรกิจมีเวลาปรับตัวเพียงช่วงสั้นประมาณ 3 เดือนก่อนที่ต้นทุนจริงจะสะท้อนผ่านราคาสินค้า ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มระมัดระวังการรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่มีระยะส่งมอบยาวเกินไป 

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนได้เริ่มหารือเพื่อเตรียมรับ “แรงกระแทก” โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลงทุนในพลังงานทดแทนอย่างโซลาร์เซลล์เพื่อความยั่งยืน (Sustainability) มากกว่าการใช้มาตรการรุนแรงอย่างการ Work from Home  

“หากสงครามจบลงภายใน 1 เดือน เศรษฐกิจยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อกว่านั้น ผลกระทบต่อต้นทุนและเศรษฐกิจในภาพรวมจะทวีความรุนแรงและยาวนานขึ้นอย่างมาก”นายวิศิษฐ์กล่าว

 

 หน้า 1  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,182 วันที่ 12 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2569