thansettakij
thansettakij
ธปท.จ่อปฏิรูปค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ คุมถอนเงินเกิน 5 ล้าน

ธปท.จ่อปฏิรูปค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ คุมถอนเงินเกิน 5 ล้าน

24 ก.พ. 2569 | 09:37 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.พ. 2569 | 09:43 น.

ธปท. จ่อปฏิรูปค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ สรุปใน 2 เดือน พร้อมออกเกณฑ์ใหม่ คุมเข้มถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ประกาศใช้กลางมี.ค.69 สกัดช่องโหว่เงินเทา

KEY

POINTS

  • ธปท. เตรียมกำหนดมาตรฐานค่าธรรมเนียมธนาคาร 10-15 รายการ เช่น ค่าโอน/ถอนเงินข้ามเขต และค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SME โดยคาดว่าจะปรับลดลงในอีก 2 เดือน
  • เตรียมออกเกณฑ์ใหม่ให้ธนาคารสอบถามวัตถุประสงค์ของผู้ที่ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท เพื่อป้องกันธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนหน้า
  • ในอนาคตอาจมีการขยายมาตรการไปสู่การตรวจสอบการฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท และอาจพิจารณาปรับลดวงเงินลงเหลือ 3 ล้านบาท

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อกำหนดมาตรฐานกลาง สำหรับค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมธนาคาร 10-15 รายการ โดยเน้นตัวหลักๆ ที่มีความแตกต่างกันมากในตลาดหรือสูงกว่าต้นทุนจริงเกินไป แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

1. กลุ่มธุรกรรมทั่วไป เช่น การโอนเงิน/ถอนเงินข้ามเขต, การเรียกเก็บเช็คข้ามเขต, การขอ Statement, และค่าธรรมเนียมบัตร ATM 

2. กลุ่มเอสเอ็มอี โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อ (Front-end fee) ซึ่งปัจจุบันมีความแตกต่างกันมากตั้งแต่ 0.5% ไปจนถึง 5% รวมถึงการหารือเรื่องค่าปรับการคืนเงินกู้ก่อนกำหนด (Prepayment fee) เพื่อให้เกิดความเหมาะสม 

“เราคาดว่าภายใน 2 เดือนข้างหน้าจะเห็นความชัดเจนของเกณฑ์ค่าธรรมเนียมใหม่นี้ ซึ่งแนวโน้มคือค่าธรรมเนียมในกลุ่มเป้าหมายจะปรับตัวลดลงเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน“

นอกจากนี้ ธปท. ยังเตรียมออกเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับการถอนเงินสดจำนวนมาก โดยกำหนดการถอนเงินสดที่เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป สถาบันการเงินจะมีหน้าที่สอบถาม และให้ผู้ถอนระบุวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำความคิดเห็นจากการรับฟังความเห็นมาปรับปรุงเกณฑ์ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หรือภายในกลางเดือนมี.ค.69 และจะสามารถประกาศเกณฑ์อย่างเป็นทางการได้ในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนหน้า 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

สำหรับมาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องปรามธุรกรรมที่อาจเป็นต้นตอของกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตาม จะไม่กระทบต่อบุคคลธรรมดาหรือภาคธุรกิจ ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดในการทำธุรกิจปกติ เพียงแค่ต้องแจ้งรายละเอียดต่อธนาคารเท่านั้น 

ทั้งนี้ ในเฟสถัดไป ธปท. จะประเมินผลจากการควบคุมการถอนเงิน ก่อนจะพิจารณาขยายผลไปสู่การตรวจสอบการฝากเงินสดที่เกิน 5 ล้านบาท เพื่อป้องกันเงินนอกระบบ นอกจากนี้ ในอนาคตอาจมีการพิจารณาปรับลดเกณฑ์วงเงินจาก 5 ล้านบาท ลงมาเหลือ 3 ล้านบาท ตามความเหมาะสมต่อไป

“การฝากหรือถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่มาของเงินหากไม่สามารถชี้แจงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนได้ ธนาคารจะจำกัดการทำธุรกรรม มาตรการนี้รวมไปถึงการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันและการโอนเงินผ่าน USDT เพื่อปิดช่องโหว่กลุ่มทุนเทาและฟอกเงิน”