thansettakij
ธปท.แจง 4 เกณฑ์คุมเข้ม ‘GULF’ ถือหุ้น KBANK ย้ำไม่ผ่อนผันเกิน 10%

ธปท.แจง 4 เกณฑ์คุมเข้ม ‘GULF’ ถือหุ้น KBANK ย้ำไม่ผ่อนผันเกิน 10%

17 ก.พ. 2569 | 12:48 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2569 | 12:53 น.

ธปท.แจง 4 เกณฑ์คุมเข้ม ‘GULF’ ถือหุ้น KBANK ระบุถือเกิน 5% ต้องรายงานแผนธุรกิจใกล้ชิด ย้ำไม่ผ่อนผันขยายเพดาน 10% หากระบบยังแข็งแกร่ง

KEY

POINTS

  • ธปท. ชี้แจงว่า GULF เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ KBANK หลังถือหุ้นเกิน 5% จึงต้องอยู่ภายใต้เกณฑ์กำกับดูแลที่เข้มงวด
  • ธปท. กำหนด 4 มาตรการคุมเข้มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้แก่ การแจ้งวัตถุประสงค์, ธุรกรรมกับธนาคารต้องผ่านมติบอร์ดเอกฉันท์, จำกัดวงเงินสินเชื่อ และยึดหลัก Arm’s Length
  • ธปท. ย้ำนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ผ่อนผันให้ผู้ถือหุ้นรายใดถือหุ้นเกิน 10% เนื่องจากยังไม่มีเหตุจำเป็นด้านเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสถาบันการเงิน ภายหลังกรณีที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เข้าถือหุ้นใน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) จนถูกจับตามองในวงกว้าง ว่า ธปท.มีกรอบกำกับดูแลชัดเจนตามกฎหมาย และได้ดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิดแล้ว

ทั้งนี้ ภายใต้พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 การถือหุ้นในสถาบันการเงินตั้งแต่ 5% ขึ้นไป จะเข้าข่ายเป็น “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ทันที ซึ่งในกรณีของ GULF ที่ถือหุ้นใน KBANK นั้น มีสัดส่วนเกินระดับ 5% แล้ว จึงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กำกับดูแลดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

นับรวมหุ้นซื้อคืน สะท้อนความไม่แน่นอนในอนาคต

นายสมชายอธิบายเพิ่มเติมว่า วิธีการคำนวณสัดส่วนการถือหุ้นของ ธปท. แตกต่างจากแนวปฏิบัติของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดย ธปท. จะนำ “หุ้นซื้อคืน” (Treasury Stock) มารวมอยู่ในฐานการคำนวณด้วย

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เหตุผลสำคัญคือ ธปท.มองว่าการซื้อหุ้นคืนเป็นเพียงการระงับสิทธิชั่วคราว ไม่ได้ทำให้หุ้นดังกล่าวหายไปอย่างถาวร ในอนาคตธนาคารสามารถนำหุ้นซื้อคืนออกจำหน่ายในตลาด หรือดำเนินการลดทุนก็ได้ ความไม่แน่นอนในสถานะของหุ้นประเภทนี้ อาจส่งผลต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นในระยะยาว ดังนั้นเพื่อความรอบคอบและสะท้อนภาพที่แท้จริงของอำนาจการถือหุ้น ธปท.จึงเลือกใช้ฐานคำนวณที่ครอบคลุมกว่า

คุมเข้มธุรกรรม ป้องกันการใช้อำนาจมิชอบ

เมื่อ GULF เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกิน 5% ธปท.ได้ดำเนินมาตรการกำกับดูแลเชิงรุกหลายด้าน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการใช้อำนาจที่อาจไม่เหมาะสม

มาตรการสำคัญประกอบด้วย

1. การรายงานวัตถุประสงค์และแผนการลงทุน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องชี้แจงเจตนารมณ์ในการเข้าถือหุ้น รวมถึงแผนการในอนาคตว่าจะเพิ่มหรือลดสัดส่วนการถือหุ้นอย่างไร เพื่อให้ ธปท.ประเมินความเสี่ยงและติดตามพัฒนาการได้อย่างต่อเนื่อง

2. ธุรกรรมต้องผ่านมติบอร์ดเป็นเอกฉันท์

หาก GULF หรือบริษัทในเครือจะทำธุรกรรมกับธนาคาร เช่น การขอสินเชื่อหรือใช้บริการทางการเงินใด ๆ จะต้องได้รับมติอนุมัติเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) เท่านั้น เป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลภายใน เพื่อไม่ให้เกิดการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ

3. จำกัดวงเงินสินเชื่ออย่างเข้มงวด

ธนาคารห้ามปล่อยสินเชื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกินกว่า 5% ของเงินกองทุนของธนาคาร หรือ 25% ของหนี้สินรวมของผู้ถือหุ้นรายนั้น แล้วแต่วงเงินใดจะต่ำกว่า โดยต้องนับรวมบริษัทที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงด้านความเข้มข้นของสินเชื่อ (concentration risk)

4. ยึดหลัก Arm’s Length

ทุกธุรกรรมต้องเป็นไปตามปกติวิสัยทางธุรกิจ เหมือนกับการปฏิบัติต่อลูกค้าทั่วไป ห้ามกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หรือให้สิทธิประโยชน์ที่เกินควร หลักการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

นายสมชายย้ำว่า ธปท.ให้ความสำคัญกับการรักษาธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่จากภาคธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามามีบทบาท

ย้ำชัด ไม่ผ่อนผันถือหุ้นเกิน 10% หากไม่มีเหตุจำเป็น

สำหรับคำถามที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า GULF จะสามารถเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน KBANK เกิน 10% ได้หรือไม่นั้น ธปท.ระบุชัดว่า การถือหุ้นเกิน 10% ต้องขออนุญาตล่วงหน้า และโดยปกติ ธปท.ไม่มีนโยบายผ่อนผันให้ผู้ถือหุ้นรายใดถือเกินระดับดังกล่าว

“กฎหมายเปิดช่องให้ผ่อนผันได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเท่านั้น เช่น เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้สถาบันการเงินที่มีปัญหา หรือเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) เฉลี่ยสูงถึง 20.9% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล จึงยังไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่ ธปท.จะต้องใช้ดุลพินิจผ่อนผันให้ผู้ถือหุ้นรายใดถือหุ้นเกิน 10%

Virtual Bank แยกส่วน แต่ใช้มาตรฐานเดียวกัน

ในประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หาก GULF ได้รับใบอนุญาตจัดตั้ง Virtual Bank ในอนาคต จะเกิดความเชื่อมโยงกับการถือหุ้นใน KBANK หรือไม่ นายสมชายชี้แจงว่า เป็นคนละส่วนกันในเชิงกฎหมายและโครงสร้างการกำกับดูแล

อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมถึงมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล จะถูกนำมาใช้กับ Virtual Bank เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ

โดยเฉพาะหลักการตรวจสอบคุณสมบัติผู้บริหารและกรรมการ ที่จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างเข้มงวด รวมถึงมาตรการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งกำหนดให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในวาระใด ต้องไม่เข้าร่วมประชุมหรือออกเสียงในวาระนั้น