

KEY
POINTS
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. หอการค้าไทย และ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยโดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวต่ำกว่า 1% ในช่วงครึ่งปีแรกได้
จากแรงกดดันหนี้ครัวเรือนสูง ภาวะเงินตึงตัว ภาคส่งออกชะลอตัว กำลังซื้อภายในอ่อนแอจากรายได้ไม่ฟื้นตัวแม้นภาคท่องเที่ยวจะกระเตื้องขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายควรปรับลงมาสู่ระดับ 1% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
ขณะที่นโยบายของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเอง ส่วนใหญ่เป็นนโยบายอุดหนุนเพิ่มประมาณ 30-40% ก็ต้องไปบริหารจัดการงบประมาณให้ดี เพราะหนี้สาธารณะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะเหลือเม็ดเงินน้อยมากในการนำไปลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
นโยบาย 10 พลัสของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการผลักดันให้จีดีพีมากกว่า 2-3% ในปีนี้อาจเผชิญข้อจำกัดทางการคลังจากสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่อาจทะลุเพดาน 70% ได้ใน 1-2 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลใหม่จัดตั้งได้ภายในเดือน พ.ค. งบปีพ.ศ. 2570 จะล่าช้าประมาณ 1-2 เดือน ยังไม่กระทบเศรษฐกิจภาพรวม เสถียรภาพทางการเมืองและการคลังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit Rating ของไทยว่าจะถูกปรับลดลงหรือไม่ในอนาคต
แม้อัตราการขยายตัวส่งออกปี พ.ศ. 2568 สูงสุดในรอบ 4 ปีแต่เศรษฐกิจไทยได้รับประโยชน์จากการส่งออกจำกัด เพราะไทยขาดดุลการค้าสูงถึง -5,307.9 ล้านดอลลาร์ มูลค่านำเข้าปีที่แล้วขยายตัวแบบเร่งตัวขึ้นอย่างมาก สะท้อนโครงสร้างภาคส่งออกไทยพึ่งพาการนำเข้าสูง
โดยคาดว่าภาคส่งออกไทยปีนี้อาจขยายตัวติดลบเพราะปริมาณการค้าโลกอาจขยายตัวเพียง 2.3-2.6% ผลกระทบของภาษีสหรัฐฯจะชัดเจนขึ้น และปัจจัยฐานสูง
อย่างไรก็ตาม การบริหารนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้เงินบาทแข็งค่าแรงและเร็วเกินไปจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าส่งออกไทย และทำให้ภาคส่งออกสามารถปรับตัวแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น ความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในภูมิรัฐศาสตร์โลก การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมจากปัจจัยเทคโนโลยี อาจทำให้แนวโน้มการลงทุนต่างประเทศในไทยเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลใหม่จึงต้องปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่สอดรับกับพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไป