thansettakij
ไทยเสี่ยงรัฐล้มเหลว หลังทุนเทายึดอำนาจซื้อเสียง-นักการเมือง

ไทยเสี่ยงรัฐล้มเหลว หลังทุนเทายึดอำนาจซื้อเสียง-นักการเมือง

16 ก.พ. 2569 | 01:34 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 02:06 น.

นักวิชาการชี้ประเทศไทยเสี่ยงเป็นรัฐล้มเหลว หลังทุนเทายึดอำนาจซื้อเสียง-นักการเมือง และกระบวนการเลือกตั้ง นับคะแนน

KEY

POINTS

  • ทุนสีเทาจากธุรกิจผิดกฎหมายถูกนำมาใช้ซื้อเสียง ซื้อนักการเมือง และแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะกลายเป็นรัฐล้มเหลว
  • ปัญหาการทุจริตซื้อเสียงและความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และอาจทำให้บรรษัทข้ามชาติหลีกเลี่ยงการลงทุนในไทย
  • การยึดอำนาจรัฐโดยทุนสีเทาผ่านการซื้อเสียง ถูกมองว่าสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไม่ต่างจากการรัฐประหาร และทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. หอการค้าไทย และ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้งจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง คือ หัวใจของระบอบประชาธิปไตย ความชอบธรรมและความมีเสถียรภาพของรัฐบาลจะขึ้นอยู่กระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและโปร่งใส ซึ่งเป็นต้นทางของจัดตั้งรัฐบาลที่มีคุณภาพและปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน คะแนนเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเพียงส่วนเดียวของเสถียรภาพ 

สิ่งที่สำคัญกว่า คือ ความชอบธรรมทางการเมือง คาดบรรษัทข้ามชาติ เลี่ยงลงทุนไทยเพิ่ม หากยังแก้ปัญหาทุจริตถอนทุนไม่ได้ มีการคาดการณ์ว่า การทุจริตคอร์รัปชันถอนทุนอาจเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการใช้เงินซื้อเสียงจำนวนมาก 

และเงินซื้อเสียงส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมผิดกฎหมายและธุรกิจสีเทา รวมทั้ง ทุนผูกขาดสัมปทานรัฐ ประเทศไทยมีความเสี่ยงเป็นรัฐล้มเหลวหากไม่แก้ไขทุนเทายึดอำนาจรัฐผ่านการซื้อเสียง ซื้อนักการเมือง ซื้อพรรคการเมือง รวมทั้ง ซื้อกระบวนการเลือกตั้งและการนับคะแนน 

ภาวะดังกล่าวนอกจากเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจแล้ว ยังทำให้ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนถดถอยลงอย่างมาก ความชอบธรรมทางการเมืองเป็นปัจจัยพื้นฐานในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและทำให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ การยึดอำนาจรัฐประหารด้วยทุนเทาซื้อเสียง จึงสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ การเมืองของประเทศไม่ต่างจากการรัฐประหารโดยกองทัพ หรือรัฐประหารโดยอาศัยองค์กรอิสระแต่อย่างใด

ผลของการเลือกตั้งจึงไม่อาจสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน และอำนาจสูงสุดจึงไม่ได้เป็นของประชาชนตามหลักการประชาธิปไตยคะแนนเสียงและเจตนารมณ์ของประชาชนต้องได้รับการปกป้องเพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนความต้องการอันหลากหลายของประชาชน 

การบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนด้วยการบิดเบือนผลการเลือกตั้งจะนำมาสู่ความขัดแย้งและบั่นทอนให้ระบอบประชาธิปไตยของไทยอ่อนแอลง เมื่อมีข้อสงสัยและไม่เชื่อถือต่อผลการนับคะแนนและผลการเลือกตั้งแล้ว ย่อมทำให้การบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่เกิดอุปสรรคได้ ระบบการเลือกตั้งต้องสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ทำให้สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความแตกต่างหลากหลาย